2007/Aug/30

ผจญภัยขุมทรัพย์เครื่องบินตกสุดขอบโลก ตอน 2

.........................................................................

แต่แล้วภาพความหลังมันก็ไม่เป็นความหลังอีกต่อไปเมื่อทหารทั้งสามหยุดนิ่งพร้อมกับเสียงกึกก้องของงงงงงงง.......ชะๆๆๆๆ แป๊รนนนนนนนนนนนนน

เหงื่อของผมไหลพรากออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ขาสั่นมากกว่าครั้งที่ผ่านมาคิดออกได้คำเดียว เอาอีกแล้วกรู เคยได้ยินคนเขาพูดว่าใจอยู่ที่ตาตุ่ม แต่ผมไม่เป็นเพราะ
ตอนนี้หัวใจมันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เคยได้ยินคำว่าวิ่งป่าราบก็ได้เห็นของจริงอีกครั้งแต่ตัวแสดงกลับกลายเป็นทหารแทน เงาทะมึนเริ่มย่างกรายเข้ามาใกล้ พร้อมเสียง
ของผู้กองที่ตะโกนอย่างสุดเสียง วิ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ผมรู้สึกตัวว่าวิ่งอย่างสุดแรงแต่จริงๆแล้วอยู่ที่เดิม ก้าวขาไม่ออก เสียงปืนดังขึ้น แต่เงาทะมึนของ
อสูรกายกลับยังตรงเข้ามาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่แล้วความตายที่คืบคลานเข้ามานั้นกลับหยุดนิ่งแล้วเริ่มก้าวถอยกลับ พร้อมกับภาพฮีโร่ที่โดดเข้ามาขวาง
ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นจริง เสี่ยหลินขวางช้าง? เป็นไปได้อย่างไรที่ช้างป่าจะยอมถอยก่อนที่จะได้กระทืบใครสักคนที่บุกรุก หลังจากนั้นไม่นานทหารเริ่ม
โผล่หน้าเข้ามาทีละคน นายทำได้ไง พลทหารแทบจะถามเป็นเสียงเดียวกัน เสี่ยหลินยืดอก กลิ่นอะไรวะ ทหารถามเป็นเสียงเดียวกันพร้อมกับมองไปรอบตัว
แล้วสายตาไปหยุดที่เสี่ยหลิน ผูกองเดินตรงไปที่เสี่ย กลิ่นนายใช่ไหม ถูกต้องแล้วพี่น้องทหาร กลิ่นนี้คือผงกลิ่น EU DE SEVEN ELEPHENT JARK
(อ่านว่า เออ เดอ เซฟเว่น อีเลฟเฟ่น จ้ากกกกก) ที่ผมคิดค้นขึ้นมา ที่เคนย่าเขาใช้ป้องกันช้างบุกทำลายไร่ข้าวโพด เออ ดี มีลิขสิทธ์ป่าว ผู้กองถาม พร้อมกับดมที่เสื้อเสี่ย
แต่กลิ่นนี้ยิ่งดมยิ่งน่ากิน มันกลิ่นอะไรเนี่ย ผู้กองครับเสี่ยล้านเนี่ยกลิ่นมันเหมือนแกงกะหรี่เลยครับ ทหารพูดขึ้น (ลืมบอกไปว่าเสี่ยผมถึงอายุมันจะแค่30แต่หัวล้านแล้ว)
ก็แกงกะหรื่น่ะสิพ่อเณรหล่อ บรรยากาศการสนทนาเริ่มตึงเครียด เอาๆๆไปต่อได้แล้ว ผู้กองตัดบท ทุกคนปลอดภัยกันดีมั้ย ถ้าครบแล้วไปกันต่อได้

"ช้าก่อนผู้กองผมขอเวลาแปปนึง"ผมพูดพร้อมกับหยิบของในเป้ "นี่มึงเยี่ยวราดเลยเหรอ"เสี่ยพูดขำๆ (แต่กรูขำไม่ออก) ผมพยายามหากางเกงที่เตรียมไว้แต่น่าแปลกที่ในกระเป๋าไม่มีเสื้อผ้าเลย
เฮ้ย มึงไม่ต้องเครียด เสี่ยหลินโยน เอาผ้าขาวม้าที่หยิบออกมาจากกระเป๋าโดเรมอนของมัน เสื้อผ้าน่ะมันกินไม่ได้ ขาดเสื้อผ้าเจ็ดวันไม่ตาย แต่ขาดอาหารไม่แน่นะมึง
ถึงบางอ้อเลยนึกอยู่แล้วเชียวว่าทำไมในกระเป๋าผมมีแต่ขนมฝีมือไอ้เสี่ยนี่เอง ไอ้เสี้ยมึงทำงี้กะกรูได้ไงวะ ผู้กองรีบเข้ามาแยกก่อนที่เสี่ยหลินจะได้รับบาดเจ็บที่ไม่ได้เกิดจากช้างป่า
เร็วๆเถอะน่าเดี๋ยวมันจะค่ำเสียก่อน ผู้กองพูด(พูดไปขำไปอีกแล้วผู้กอง) "เอ้าทหารคุมตัวเชลยกระเหรี่ยงไปได้แล้วจับตาดูมันดีๆล่ะ" ไอ้เสี้ยหลินกรูไม่ใช่ทหารกระเหรี่ยงนะเว้ย ผู้กองโดดคว้าตัวผมได้ทัน

และแล้วทหารไทยกับทหารกระเหรี่ยงก็ออกลาดตระเวนด้วยกันด้วยประการฉะนี้...
แล้วทั้งหมดก็เดินทางกันต่อ เอ้าคืนนี้เราจะพักกันตรงนี้ ผู้กองพูด เมื่อเดินมาถึงริมธาร เสี่ยหลินรีบถอดชุดแก้ผ้าลงโดดลำธารอย่างรวดเร็ว ผมสังเกตุเห็นผู้กอง
หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋า รูปใครครับผู้กอง ที่มือผู้กองมีรูปถ่ายเด็กผู้หญิงน่ารักคนหนึ่ง "อ๋อคนเนี้ยเป็นลูกสาวของผมเอง" แล้วผู้หญิงที่อยู่ข้างๆล่ะครับผู้กอง
คนนี้เป็นแฟนผมเองแต่เขาเสียไปเมื่อปีก่อนนี้เอง ตอนนี้ลูกสาวผมอยู่กับยายที่ชุมพร เขาเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ของผม ผู้กองพูดพร้อมทั้งเอามือปาดน้ำตา
ไม่น่าเชื่อว่าทหารผู้ที่มีอารมณ์ขันและเข้มแข็งจะดูอ่อนไหวเช่นนี้ ขณะนั้นเองมีเสียงอื้ออึงดังมาจากลำธาร "โอ้โห พี่หลินทำได้ไงน่ะ "ทหารคนหนึ่งส่งเสียงขึ้น
เสี่ยหลินเดินขึ้นมาพร้อมกับปลาตัวใหญ่ แทงสนุ้กเกอร์ได้ก็แทงปลาได้เหมือนกันโว้ย วันนี้มีเมนูพิเศษมันคือดินเน่อ เสี่ยพูดโอ่ อะไรคือดินเน่อ ทหารอีกคนถาม ดินเน่อคือ......(ดันใช้ศัพท์ยากเสี่ยแกเลยต้องนั่งอธิบายยาว)
สรุปค่ำนี้ทหารทั้งกองก็เลยได้กินปลาย่างเคล้าผงกระหรี่กันเปรม .
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากกินอาหารเช้ากันเสร็จแล้วพวกเราก็เดินทางกันต่อ ผู้กองครับเราจะไปกันถึงไหนครับเนี่ย ผมถาม ที่ได้รับมอบหมายมาก็คือให้เดินไปที่จุด
เขาฟ้าผ่าแล้วค้นหาในบริเวณรัศมีครึ่งตารางกิโล จุดนี้ เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถโรยตัวลงไปได้จึงต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไป เออผมสงสัยจริงว่าทำไมเขาเรียกเขาฟ้าผ่า
(เกรงจะเหมือนทางช้างเผือก) เห็นทางเจ้าหน้าที่อุทยานเขาเล่าให้ฟังว่าที่ตรงนี้มักจะมีฟ้าผ่าลงมาบ่อย ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร แต่ที่แน่ๆบริเวณนั้นเป็นปากปล่องหุบ
เหวลึกยังไม่มีการ สำรวจใดๆ ถ้างั้นเราก็คงเป็นทีมสำรวจชุดเเรกที่จะเข้าไปใช่ไหมขอรับ เสี่ยหลินที่เดินอยู่ข้างหลังพูดขึ้น ก็คงจะเป็นเช่นนั้น..ผู้กองยิ้ม
คณะสำรวจ ที่เสี่ยหลินตั้งขึ้น(เท่ๆ)เดินทางมาจนถึงหน้าผาปากเหว เอาหล่ะทุกคนเดี๋ยวเราจะโรยตัวลงไปจากจุดนี้ ให้ทุกคนเตรียมตัว ผู้กองออกคำสั้ง เราจะต้อง
สำรวจให้เสร็จก่อนค่ำจะไม่มีการพักแรมทางด้านล่าง มันอันตรายเกินไป ผู้กองพูดด้วยท่าทีเป็นกังวล
เชือกเส้นแรกถูกหย่อนลงไปข้างล่างซึ้งมีลักษณะคล้ายปล่องภูเขาไฟซึ่งมีพื้นที่ไม่กว้างสักเท่าไหร่ พลทหารนายหนึ่งเริ่มหย่อนตัวลงไป
เออ นายสองคนไม่ต้องลงไปนะ รออยู่ข้างบนนี่หล่ะ ทำไมละครับผู้กอง ผมถาม ข้างล่างมันอันตรายมากผมรับผิดชอบไม่ไหว เอาเป็นว่าผมไม่ให้อณุญาตให้พวกคุณลงไปก็แล้วกัน ผู้กองพูดเสียงเข้ม
เสี่ยหลินพยายามพูดเกลี้ยกล่อม แต่ก็ไม่เป็นผล จนทหารทุกนายโรยตัวลงไปจนหมด เสี่ยหลินกับผมนอนรออยู่บนหน้าผาจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
เฮ้ย ไอ้ดล มึงว่าเรามากันวันนี้เรามาทำไม กรูมาเที่ยวป่า ผมตอบ อ้าว มึงไม่ได้มาหาเครื่องบินเหรอ เสี่ยหลินที่นอนอยู่ลุกขึ้นมา มันก็ส่วนหนึ่งที่จริงแล้วที่มาเนี่ย
ก็เผื่อฟลุคว่าเครื่องบินมันจะตกอยู่ข้างถนนแล้วไม่มีใครเห็น มึงคิดว่ากรูบ้าเหรอที่จะมาเดินหาคนเดียวกลางป่า.ถ้าไม่เจอก็ได้เที่ยวแค่นั้นหละ. มันก็จริงกรุก็ลืมคิดไปเหมือนกัน แต่ว่าเมื่อคืนข้าคุยกับพลทหารแล้วเห็นเขาบอกว่าตอนเนี้ยเขาพลิกป่าหาจนทั่วแล้วมันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบ ตอนนี้เหลืออยู่จุดเดียวคือข้างล่างนี้เท่านั้นหล่ะที่ไม่มีใครอาสาเข้ามานอกจากผู้กอง
ไอ้ดลข้าถามเอ็งอีกครั้งนะ ว่ามึงคิดเหมือนที่กรูคิดหรือเปล่า ใช้ข้าก็คิดเหมือนกันว่าถ้าวันนี้ทั้งหน่วยยังหาไม่พบแล้วยกเลิกการค้นหา นักบินที่อาจจะมีชีวิตรอดอยู่จะเป็นอย่างไร
ผมมองหน้าเสี่ยหลิน แล้วรีบเดินครงไปที่เชือก โดยที่ผมลงก่อน ผมค่อยๆไต่ลงไปเรื่อยๆ หน้าผานี้สูงกว่าที่คิด แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พรืดดดด ผมแหงนหน้าขึ้นไปมองก้นครับพี่น้อง (จริงๆเรียกว่าตู...จะเหมาะกว่า)ก้นที่มาพร้อมเท้ามาหยุดตรงหน้าผม ทันใดนั้นมือผมก็หลุดจากเชือกหงายหลังลงไปแต่ถือว่าโชคช่วยเป็นอย่างมากที่ถึงพื้นพอดี
ไอ้หลินมึงจะฆ่ากรูหรือไง ! เดือดครับเดือด... ก็มันลื่นนี่หว่า มึงก็ดันเอาหน้ามารับแทนที่จะหลบ (ผิดใช่มั้ยเนี่ย) กรูไต่ลงมาไม่เห็นจะลื่นเลย แล้วนี่อะไร ผมชี้
ไปที่มีอเสี่ย "ก็ถุงพลาสติกไงมองไม่ออกเหรอ" ไอ้หลิน!มึงอย่าบอกนะว่ามึงเอา "ก็เออสิวะ ถ้าไม่เอาถุงพลาสติกมาสวมมันก็เจ็บมืแย่สิวะ"ดูพูดแบบไม่พอใจ
เฮ้ยหลินมึงมองไปรอบๆสิวะ ผมลุกขึ้นมองไปรอบๆตัว "นี่มันป่าอะไรวะเนี่ย ทำไมมันดูแปลกไม่เหมือนที่เคยเห็นเลยวะไอ้ดล "เสี่ยพูด เออ เดี๋ยวมันจะค่ำเสียก่อนเรารีบเดินสำรวจกันเถอะ ว่าแล้วผมกับเสี่ยก็จึงเดินสำรวจ สภาพแวดล้อมแปลกตา ไม่เหมือนกลางป่าทั่วไปทำให้ผมรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปมา น่าแปลกใจตรงที่เราสองคนเดินกันมาตั้งนานแล้วยังไร้วี่แววของพวกทหาร หลินพวกทหารไปไหนกันหมดวะ เออ นั่นสิน่าแปลกพื้นที่ก็ไม่กว้างแต่ไม่ยักกะมีวี่แวว เราทั้งสองเดินมาเรื่อยๆจนลืมไปว่ามาหาเครื่องบิน มีเสียงน้ำตกด้วยว่ะ หลินพูดขึ้นแล้วริบเดินไปที่ต้นเสียง เมื่อเดินเข้าไปใกล้น้ำตก มีเสียงหญิงสาว ใช่แล้วไม่ฟังผิดหรอก มีเสียงหญิงสาวหลายคนกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานอยู่จริงๆ
เสี่ยหลินกระชากมือผมมาซุ่มหลังพุ่มไม้แล้วกระซิบเบาๆด้วยเสียงตื่นเต้นว่า "ไอ้ดล กินรี " ความรู้สึกผมในตอนนี้มีอยู่คำถามเดียวในใจเลยว่า

"กรูอยู่ที่ไหนเนี่ย!"............

ติดตามต่อเร็วๆนี้...................

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile