2009/Aug/11

@@@ ขอเกริ่นก่อน ผจญภัยขุมทรัพย์เครื่องบินตกสุดขอบโลกนี้ ถูกเขียนขึ้นจากจินตนาการครั้งแรกเมื่อ วันที่ 30 สิงหาคม 2007
จำนวน3ตอนติดต่อกัน แต่ ตอน 4 นี้ ถูกเขียนขึ้นวันที่ 10สิงหาคม 2009 เกือบครบรอบ2ปีแล้ว   ถามว่าทำไม
สงสัยจะมีคนมาซื้อต้นฉบับไปแล้วมั้งจึงหยุดแต่ง ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า เงินน่ะซื้อได้ไม่ทุกอย่างหรอก (แต่ซื้อต้นฉบับนี้ได้นะ)
ล้อเล่น หุหุ  ใครจะมาสนใจจินตนาการหลุดโลกแบบนี้  เรียงใจความก็ไม่ถูกหลักการแต่งหนังสือ เขียนเอาสะใจเข้าว่า
แต่ยังไงก็ตามจะขอแต่งให้จบไม่มีหยุดกลางคันหรอก แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม   แล้ววันนี้ก็มาถึง
 ตอนอวสานของชีวประวัติเรื่องแรกในชีวิตของผม...

พูดเสียยืดยาวความจริงแล้วเกิดจากการลืม password เท่านั้นเองเชื่อหรือไม่ 
ถามว่าทำไมไม่forgot password ก็ตอบได้แค่เพียงว่า2ปีนี้ต้องการดัดนิสัยตัวเองเท่านั้นเอง

เอ้า ไปกันต่อ............
 
 
 
 
ตอน สงครามวานรกับผู้กล้าแห่งสุวรรณภูมิ (อวสาน)
 

                  กาฬสีหะพาพวกเราจนถึงที่แห่งหนึ่ง "ที่นี่สินะเมืองสุวรรณภูมิ ที่เป็นตำนานข้าไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ไม่อยากจะเชื่อเลย"
 สิงห์หนุ่มมองไปรอบๆ "เหลือเชื่อ ไอ้หลินเอ็งดูสินี่มันทองคำชัดๆ "ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาเหมือนกัน ก้อนหินแทบจะทุกก้อน
เป็นทองคำ "ไอ้ดลเอ็งดูต้นไม้พวกนั้นสินี่หรือที่เขาเรียก มักขนารีผล "เสี่ยหลินชี้ไปที่ต้นไม้ที่อยู่ข้างทางเดิน ของแท้เลยล่ะเอ็ง
ระหว่างทางที่เราทั้งสามกำลังเพลิดเพลินกับการเดินทางค้นหาเครื่องบินอยู่นั้นเอง มีสิ่งหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เราทั้งสาม...
   ชุดปฎิบัติการค้นหาที่ประกอบไปด้วย พลทหารดุล พลเรือนกาฬสีหะ และ ผู้พันหลิน (เฮ้อ..ฟังไม่ผิดหรอก
ไม่รู้ว่ามันเอาสมองที่มีอยู่น้อยนิดมาคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ เอาไงเอากัน ไม่อยากทักเดี๋ยวโดนสั่งวิดพื้น )ทั้งหมดมุ่งหน้าไปตาม
ถนนสายทองคำ ยืนยันว่าทองคำ ทันใดนั้นเอง  " เฮ้  พวกเจ้า   มาทำอะไรกันแถวนี้" สิ้นเสียง
ก็มีวานรร่างเล็กกระโดดจากต้นไม้ลงมาขวางหน้า   กาฬสีหะเดินออกมาด้านหน้า "ไม่มีอะไรหรอก
ท่าน พวกเรามาตามหากินรีที่หล่นมาจากสวรรค์ ถ้าพวกเราพบแล้วเราจะรีบออกไปทันที"กาฬสีหะพูด
"เจ้าตัวดำเจ้าก็รู้ว่านี่มันถินใคร พวกเจ้ากล้ามาหยามเราถึงถิ่นเลยรึ" วานรพูด
ทันใดนั้นเองเสี่ยหลิน วิ่งเข้าไปเตะกลางลำตัววานรอย่างจัง พลั่ก!"ตัวแค่นี้ทำเป็นปากดี เดี๋ยวส่งเก็บมะพร้าวสมุยเลยมึง"
เสี่ยหลินสั่งสอนวานรโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีวานรที่สามารถเก็บมะพร้าวได้ทั้งเกาะ ล้อมอยู่รอบตัว
วานรลุกขึ้นมากำลังจะเอาคืน "พอเเล้ว พวกมันรนหาที่ก็ตามใจมัน ยังไงพวกมันต้องตายอยู่แล้ว"
เสียงดังมาจากยอดไม้ที่มีวานรยักษ์ร่างทะมึนยืนอยู่  "จับพวกมันไปที่มหาปราสาท"สิ้นเสียงทั้งสามถูกจับมัด
พร้อมถูกคุมตัวไป  "หาเรื่องจริงๆเลยมึง "เซ็งเลย
   ทั้งหมดถูกคุมตัวไปจนถึงท้องพระโรงของปราสาท "ท่านบัณฑุราชสีห์ ข้าจับตัวผู้บุกรุกมาให้ท่าน"
พญาราชสีห์ร่างทองซึ่งอยู่บนบัลลังก์มองมาที่ทั้งสาม "เจ้ากล้ามาเหยียบจมูกข้าถึงถิ่นเลยหรือกาฬสีหะ"
พญาราชสีห์พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น  " ข้ามิบังอาจถึงขนาดนั้นหรอกท่าน ข้าเพียงแต่อยากจะมาตามหา
กินรียักษ"  "เจ้าไม่ต้องหาเหตุ ถ้าคิดจะมาล้างแค้นข้าเจ้าก็บอกมาตามตรง"ราชสีห์พูดด้วยเสียงดุดัน
"ข้าไม่เคยบาดหมางกับท่านแล้วเหตุใดข้าถึงต้องทำเช่นนั้น"กาฬสีหะกล่าว  
"จริงสินะ พ่อเจ้าตายตั้งแต่เจ้ายังเล็ก นี่ไม่เคยมีใครบอกเจ้าเลยรึ"ราชสีห์หัวเราะ
"หมายความว่าอย่างไรที่ท่านพูดมา ท่านหมายถึงอะไร"กาฬสีหะจ้องตาเขม็ง
"ฮ่าๆๆๆ เจ้าเด็กน้อย ตรงที่เจ้ายืนอยู่ เป็นที่ๆพ่อเจ้าตาย "
นี่เจ้าเป็นคนฆ่าพ่อของข้ารึ"กาฬสีหะแสดงอาการเกรี้ยวกราด
"ถึงพ่อเจ้าจะต่อสู้เก่ง แต่พวกข้ามีผู้ที่จงรักภัคดีกับข้ามากพอที่จะยึดบัลลังก์ของพ่อเจ้าได้ ซื่ออย่างพ่อเจ้า
จะไปทันใครเขา ใช่ไหม พญาวานร"พญาวานรนิ่งเฉยท่ามกลางเสียงโห่ร้องของเหล่าวานร
"หมาหมู่ พวกหมาหมู่ "เสี่ยหลินตะโกนขึ้น พญาราชสีห์มองไปที่ต้นเสียง
"แล้วพวกนี้เป็นใคร" อ๋อ ทาน พวกนี้ข้าจับมาได้พร้อมกับเจ้าลูกสิงห์น่ะท่าน  วานรที่เสี่ยเตะเข้ากลางลำตัวพูดขึ้น
"เจ้าพญาแร้ง เจ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับข้า เศษเนี้อที่ข้าให้เจ้ากินยังไม่พออีกรึ  แล้วไอ้ที่เจ้าบอกหมาหมู่มันหมายถึงอะไร"
ไม่น่าเชื่อว่าคนกำลังจะตายยังขำออก "ไอ้ดล มึงขำอะไรอย่าแม้แต่จะคิดนะมึง"ก็จะไม่ใหขำได้ไง
แร้งหัวมันแดง แต่มึงน่ะหน้าแดง (ยังขำไม่หาย)
"เดี๋ยวกรูเคลียกับมันก่อนมรึงเจอกรูแน่"
ว่าแล้วเสี่ยก็สาธยายเรื่องหมาหมู่เสียยืดยาว
(แค่คำว่าปอดแหก เสี่ยแกก็อธิบายเสียยืดยาวผ่านตับม้ามจนจนเกือบถึงลำใส้ใหญ่)
จนผมทนไม่ได้ต้องบอกกับสิงห์ทองว่า "ท่านไม่ใช่ผู้กล้า"

"เช่นนี้เอง ถ้างั้นเจ้าก็มาสู้กับข้าตัวต่อตัวเจ้ากาฬสีหะ" ตอนนี้ท่าทีหวาดกลัวของกาฬสีหะไม่เหลือแม้แต่น้อย
"ได้ ข้ารับคำท้า เจ้าลงมา"
ราชสีห์ทั้งสองยืนประจัญหน้ากลางท้องพระโรง
"เจ้าคงจะรู้สึกดีที่ได้ตายในที่เดียวกับพ่อของเจ้า ฮ่าๆๆๆ"
กาฬสีหะไม่รอช้ากระโดดคว้าคอของสิงห์หนุ่มทันที สิงห์หนุ่มสะบัดจนสิงหืทองหลุด ทั้งสองต่อสู้ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบ
จนกระทั่งทั้งสองอ่อนแรง โดยที่สิงห์ทองเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
"พวกเจ้ายืนทำอะไรอยู่เข้ามาช่วยข้าจัดการมันที"บัณฑุราชสีห์เรียกร้องให้ฝูงวานรเข้ามาช่วย
"ไม่ต้อง ปล่อยให้ผู้กล้าทั้งสองเขาต่อสู้กันไป"พญาวานรปรามลิงที่กำลังทำท่าจะเข้าไปช่วย
"นี่เจ้าทรยศข้าหรือเจ้าพญาวานร"
เมื่อบัณฑุราชสีห์เห็นท่าไม่ดี พอสะบัดหลุด จึงกระโจนเข้าไปกัดเข้าที่คอของพญาวนรทันที
วานรยักษ์ล้มลงในทันใด "มีใครกล้าขัดคำสั่งข้าอีก"ท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงวานร
ด้วยความจำเป็น ฝูงวานรส่วนหนึ่งจึงตรงรี่เข้ามาจะทำร้ายกาฬสีหะ แต่วานรอีกส่วนก็ทำการขัดขวางจนเกิดเป็นจลาจลระหว่าง
วานรทั้งสองฝ่าย
ทันใดนั้นเอง "แย่แล้วท่าน ข้างนอกมีพวกจากอีกฝั่งแม่น้ำมากันมืดฟ้ามัวดินเลยท่าน
การต่อสู้จึงจบลงโดยไม่มีการนองเลือด
  หลังจากนั้นกาฬสีหะจึงเข้าไปดูพญาวานร  "ทำไมท่านถึงช่วยข้า " พญาวานรตอบด้วยเสียงรวยริน "ข้ารู้สึกผิด ผิดที่ทรยศพ่อเจ้า
แต่ก่อนข้าเป็นแค่วานรธรรมดา แต่ด้วยความอยากมีอำนาจ ข้าจึงลอบฆ่าพญาวานรพี่ข้า ที่เป็นเพื่อนสนิทของพ่อเจ้า แล้วมาเข้าพวก
กับบัณฑุราชสีห์ ชิงอำนาจพ่อเจ้า  ข้ารู้สึกเสียใจ  เสียใจที่ทำเช่นนั้น ข้าต้องส่งวานรสังเวยให้บัณฑุราชสีห์เรื่อยมา ข้าเสียใจ
ความผิดนี้มิอาจลบล้าง ข้าเสียใจ "พญาวานรสิ้นใจอย่างสงบ  เมื่อทุกอย่างยุติ บัณฑุราชสีหถูกคุมตัวไปคุมขังท่ามกลาง
เสียงประนาม ให้ประหาร แต่กาฬสีหะสั่งให้ไว้ชีวิต
  "ใครก็ได้ช่วยแก้มัดที เสียคุ้นๆของเสี่ยดังมาจากด้านหลัง" วานรตัวหนึ่งเลยวิ่งเข้าไปแก้มัดพร้อมทั้งถามว่า
"ทำไมท่านไม่เตะปากเจ้าลิงขี้เบ่งนั่นล่ะท่าน ข้านะสะใจจริงๆเลย ท่านพญาแร้ง"ทันทีที่เชือกหลุดจากมือเสี่ยหลิน
พูดขึ้นมาว่า "จริงๆแล้วเล็งที่ปากแต่มันไปโดนท้องได้ไงไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่มีพลาดซ้ำสอง"ว่าเล้งเสี่ยง้างขาเต็มที่
ทำท่าจะเตะผู้มีพระคุณที่มาแก้มัด แต่ดีที่ผมลอคตัวได้ทัน เจ้าวานรเลยส่ายก้นให้
  ต่อจากนั้นเหล่าสรรพสัตว์ที่มาโห่ร้องด้วยความยินดี จึงลงความเห็นให้กาฬสีหะเป็นพระราชาผู้คุ้มกฎสุงสุดและทำการรวม
ดินแดนสองฝั้งเม่น้ำเข้าด้วยกันเฉกเช่นเดียวกับที่พระราชาผู้เป็นพ่อเคยกระทำไว้ในกาลก่อน
   "เดี๋ยวข้าขอลาท่านไปค้นหาสิ่งที่เรากำลังตามหาก่อนนะท่าน"ผมขอตัวลา   แต่มีเสียงหนึ่งพูดขึ้น"ท่านกำลังค้นหา
เทวดาที่เหมือนท่านอยู่ใช่ไหม  ถ้างั้นท่านไม่ต้องหาแล้วหล่ะ"กินรีผู้งามสง่าพูดขึ้น "พวกข้าพาเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัย
ถ้าท่านอยากพบพวกเขาท่านจงตามข้ามา"โดยไม่รอช้าเราทั้งสองจึงขอตัวลาพระราชากาฬสีหะ "ขอบคุณพวกท่านมากนะ ข้าไม่มีอะไรจะให้
แต่ข้าขอร้องอะไรท่านอย่างได้ไหม ท่านจงเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นความลับด้วย ข้ากลัวว่าจะมีคนมารบกวน ในดินแดนนี้ 
ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่เทวดาหรอก ท่านเป็นคน "ท่านรู้ได้อย่างไร"เสี่ยหลินตกใจด้วยท่าทีที่งุนงง 
"ข้าเคยได้ยินเรื่องมะพร้วสมุยมาก่อนก็แล้วกันน่า" ถึงตอนนี้เสี่ยเเกก็ยังงงอยู่ดี ลิงก็งงเช่นกัน
  เมื่อทีมค้นหาของเราเดินทางมาชายป่าอีกด้าน เราจึงตัดสินใจให้กินรีจำแลงเอาผ้ามาผูกตานักบินทั้งสอง แลัวให้พาตัวกลับไปอีกฝั่ง
จนกระทั่งมีทหารมาพบ  หลังจากที่ผมกับเสี่ยเดินทางขึ้นไปแล้ว
    สองวันหลังจากกลับมาถึงบ้านผมครุ่นคิดถึงแต่เรื่องที่ไปพบกลางป่า นั่งดูข่าว การค้นพบ สองนักบิน แม้ในข่าวจะไม่มี
การกล่าวถึงเราทั้งสอง และไม่มีส่วนในส่วนแบ่ง ถึงจะเสียดาย เนื่องด้วยคำสัญญาแห่งความลับ แต่ก็รู้สึกดีใจกับพี่น้อทหารด้วย
 แต่ทันใดนั้นเองผมก็แทบช็อคสุดขีดเมื่อพบว่าเสี่ยหลินขี่มอเตอร์ไซด์ฮาเล่ยในฝันของผมมาจอดหน้าบ้าน
"ไอ้หลินมึงไปขโมยมอไซใครมา"ผมถามด้วยท่าทางตกตะลึง "ก็ของมึงนั่นหล่ะ" งงสิครับ "แล้วมึงไปเอาเงินที่ไหนมา
อย่ามาล้อเล่นเลยมึง"    
" ขี่ไปเหอะตอนนี้มันชื่อมรึงแล้ว"เสี่ยพูด  
"กรูไม่ขี่หรอกไอมอไซกระจอกนี่"เสี่ยพูดพร้อมทั้งถูกผมลอคคอ "มรึงบอกกรูมาเดี๋ยวนี้"
ปล่อยก่อน บอกก็ได้  ตอนกลับมาเกิดสนใจก้อนหินก็เลยหยิบมาเป็นที่ระลึกนิดหน่อยแค่นั้นเอง เสี่ยพูดด้วยเสียงติดขัด
  มรึงหยิบมาเท่าไหร่
เต็มกระเป๋า เสี่ยพูด
ถึงว่ากระเป๋าขนมมันทำไมหนักๆ  แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะเรื่องคำสัญญา มรึงอย่าลืมที่ไปสัญญาเขาไว้หล่ะ
เออน่า เดี่ยวมรึงช่วนเก็บกวาดหน้าบ้านหน่อย เสี่ยหลินสั่ง   แล้วมันก็เดินไปขับเอา NISSAN GTR ตัวใหม่มาจอดในบ้าน.... 
 

                                                                อวสาน......



   

Comment

Comment:

Tweet


ดีใจจัง มีคนคอมเม้นมาแล้
#2 by taif55 At 2009-09-01 23:09,
ควย
#1 by ดร.วิพบ (112.143.61.25) At 2009-08-31 21:26,

korakot wangsamad
View full profile