2009/Sep/12

 
 
 
 
 
 
 สวนสัตว์เชียงใหม่หรรษากับการผจญภัยของแพนด้าเพื่อนรัก
ตอนที่ 4
 
ตอน ศักดิ์ศรีแห่งเจ้าป่าสองโลก และความจริงอันน่าตกใจ

..........การประจัญหน้าระหว่างเจ้าป่าแห่งทุ่งหญ้าแอฟริกา กับเจ้าแห่งขุนเขาเสฉวน
ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น หลายคนพยายามห้ามปรามแต่ดูเหมือนว่าการต่อสู้ระหว่างเกียรติยศและความรักที่ดูมีเหตุผลทั้งสองฝ่ายคงต้องเกิดขึ้นแน่ๆ เจ้าป่าทั้งสองยังคงยืนประจัญหน้ากันไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมใคร    แม้แต่เสียงของผมที่พยายามจะบอกสถานะของทูตทั้งสอง
 ท่ามกลางความตึงเครียดนั้นบังเอิญผมได้ยินเสียงของเสี่ยกำลังพูดกับใครบางคนอยู่
"กรูว่าแพนด้าเสร็จแน่ว่ะ ขอวางหมดตัว"
"พูดแล้วนะ อย่าลืมล่ะเพดดีกรีขอเป็นรสตับ นะ"สุนัขจิ้งจอกพูดขึ้น
เสี่ยนี่มรึงยังมีกะใจจะพนันกันอีกเหรอเนี่ย เขาเครียดกันขนาดนี้แล้ว กรูละเชื่อเลย 
ในใจก็ยังแอบคิดว่าถ้าเสี่ยเกิดเสียท่าขึ้นมานี่ เขาเรียกว่าเสียสุนัขเลยนะนี่
 ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น
แพนด้ายักษ์เลือดร้อนตรงรี่เข้าไปลอคคอสิงโตหนุ่ม พร้อมทั้งตบด้วยกรงเล็บเข้าที่แผงคอใน
ทันใด   แต่น่าแปลกที่สิงโตไม่มีท่าทีที่จะต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ทั้งที่เริ่มจะมีเลือด
ไหลซึมออกจากด้านข้างลำตัว
บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายต่างส่งเสียงร้องกรี้ด 
  สิงโตยังยืนนิ่งด้วยท่าทางสุขุม
"ทำไมเจ้าไม่ต่อกรกับข้า ทำไม"
"ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่รู้เรื่อง" สิงโตคำรามด้วยน้ำเสียงอันดัง
"เจ้ายังปากแข็งอีกหรือ นี่เจ้า.."
ดูเหมือนว่าสิงโตยังยืนยันคำพูดอย่างเหนียวแน่น
เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ แต่แล้ว  ทุกอย่างก็จบลงเมื่อมีเสียงตะโกนดังมาจาก ในกระเป๋า
ของเสี่ยหลิน    เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น
 "เจอรี่ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร" แปะถังถังพูดด้วยเสียงตกตะลึง
"ใช่แล้ว  ที่ข้าพูดเมื่อกี้ไม่ผิดหรอก เรื่องทั้งหมดเกิดจากข้าเอง
 ข้าเป็นคนทำ" หนูสีเทาพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นสลับกีบร้องไห้
"แล้วเจ้าทำไปเพื่ออะไร"แปะถาม
"ข้าอยากกลับบ้าน ข้าห่วงคนทางบ้าน ฮือๆๆๆ"
"เจ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วเจ้าจะกลับได้อย่างไร "
"ก็ถ้าเกิดว่าเจ้าลูกหมีหายไป คนทางนู้นไม่พอใจเขาก็จะเอาพวกเรากลับไป ข้าก็จะได้กลับบ้าน"
"เจ้าก็ทนอีกหน่อยสิอีกไม่กี่ปีเราก็ได้กลับ แล้ว"
"แต่ข้ายังห่วงคนทางบ้านอยู่ ทุกคนก็รู้ ที่เฉิงตูมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ครอบครัวข้าจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ ข้ายังกังวลอยู่เลย อีกอย่างคนไทยเขาอยากให้เราอยู่ต่อ"
"นั่นนะสิ แต่เห็นเขาบอกว่าแพนด้ายังอยู่ครบ ข้าเลยเบาใจ    แต่เมื่อกี้เจ้าบอกข้าว่าเจ้าเป็นคนทำแล้วลูกข้าอยู่ไหนล่ะ"
 แพนด้าพูดจบ เจอรรี่ ก็เลยเดินนำไปที่ที่เก็บลูกแพนด้าไว้  แล้วแปะถังถังก็ขอโทษขอโพยกับสิงโต
"ไม่เป็นไรหรอก แค่ทุกคนเข้าใจข้าก็พอแล้ว ข้าอยู่ในป่าอาฟริกาข้าเคยเจ็บหนักกว่านี้ อยู่บ่อยๆ เรื่องแค่นี้เล็กน้อยน่า" 
สิงโตหนุ่มยิ้มอ่อนๆ ด้วท่าทีสุขุม
คงเหลือไว้แต่เสี่ยหลินที่ต้องอยู่ทำแผลให้จ้าวป่า  เนื่องจากเคยพูดไว้ว่าตัวเองเป็นหน่วยกู้ภัย
แต่เสี่ยก็ยังอดคิดเรื่องสนธิสัญญา ไซเตซ ที่ว่าด้วยเรื่องการไม่กินสัตว์ป่าด้วยกัน
แต่บังเอิญเราเป็นคนนอก แล้วสิงโตก็พูดไม่หยุดว่า หิวๆๆๆ อยากหาอะไรรองท้อง
แล้วยังมีจิ้งจอก อีกตัวที่ทวงเพดดีกรีรสตับ พูดอยู่ได้ ว่า แพ้ TKO  สงสัยเสี่ยเราจะเสียสุนัขจริงๆเสียแล้วกระมัง...ไอ้หลิน
 ที่ที่หนูเจอรรี่พามาไม่ใช่อื่นไกล  ผมเดินไปหยิบเสื้อกันหนาวที่ราวที่ทางสวนสัตว์จัดไว้ให้นักท่องเที่ยว 
แล้วเดินตามเข้าไป ในตู้เย็นขนาดยักษ์
  "ป่าป้า หม่ามี๊"เสียงดังมาจากทางเนินน้ำแข็งที่อยู่ทางด้านหน้า  แปะถังถังและหลิงฮุ่ยตรงเข้าไปกอดถ้วยฟูช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ
อะไรเช่นนี้  "ซาหนุก ซาหนุก ป่าป๊า หม่ามี๊ มาทางนี้ดิ่  พี่ชิบเขาพามาเล่น ซาหนุดี"ลูกหมีชี้ไปที่กระรอกที่ยืนชูสองนิ้วอยู่บนยอดเนิน
"หนาวว่ะ ทำไมมันหนาวอย่างนี้ว๊ะ"เสี่ยหลินที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รุ้ ผมก็เลยแกล้งแซวไปว่า มรึงจ่ายค่าเข้าหรือยัง..
เสี่ยแกเลยรีบวิ่งปากสั่นออกไป
ไม่รู้ว่าด้วยความรับผิดชอบ หรือหนาวจนทนไม่ได้กันแน่
   เมื่อออกมาด้านนอกแล้วด้วยความสงสัยผมจึงสอบถาม หนูเจอรรี่ ว่า กลางคืนอย่างนี้ พวกสัตว์ออกมาเพ่นพ่านได้อย่างไร
คำตอบที่ได้ก็คือ แต่ก่อนสัตว์ในสวนสัตว์แห่งนี่จะถูกขังอยู่ตลอดเวลา  แต่พอทางการจีนส่งหมีแพนด้ามา ทางการของสาธารณรัฐสัตว์เสฉวนได้ตัดสินใจส่ง
จั่นเจา หรือหนูเจอรรี่นั่นหล่ะ ซึ่งเมื่อก่อนทำงานในตำแหน่งวิศวคอมพิวเตอร์ ซี4 ให้ติดตามเข้ามาด้วยโดยแอบซุกมากับแปะถังถัง
เพื่อเข้ามาทำการ แฮกเกอร์ระบบของสวนสัตว์เชียงใหม่ ที่มีระบบกล้องวงจรปิดติดตามดูพฤติกรรมสัตว์ ให้ทำการวนหลูบหรือฉายซ้ำ (เริ่มงงแล้วล่ะซี่)
ทำให้เหมือนกับแพนด้าอยู่ในกรงตลอด หลังจากนั้นจึง ปล่อยอาแปะออกจากกรงมาเดินเล่น
ในตอนแรกก็ปล่อยแต่หมี แต่ตอนหลัง สัตว์ตัวอื่นขอร้อง อีกทั้งมีเจ้ากระรอกมาขออาสาช่วยอีกแรงทำให้ตอนกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุด
 แล้วทุกอย่างก็ดูเหมือนกับจะจบด้วยดี แต่แล้วผมก็หันไปเห็นเสี่ยหลินกำลังกระซิบกระซาบกับเจ้าหนูตัวน้อย
"จริงหรือ ท่านพาข้าไปได้จริงหรือ ถ้างั้นเดี๋ยวข้าจะทำให้ เรื่องง่ายๆแค่นี้"หนูเจอรรี่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและดีใจ
"มรึงคุยอะไรกัน"ผมตะโกนถาม
"อ๋อ  เห็นว่าหนูเขาอยากกลับบ้านก็เลยว่าจะพาเขากลับ"
"นี่มรึงกำลังจะบอกว่ามึงจะไปเมืองจีนเหรอ"
"แน่นอน แล้วมรึงต้องไปกับกรูด้วย"เสี่ยพูด แต่ผมยิ้มไม่ออก  แต่ด้วยแววตาอันมีประกายของเจอรรี่ ที่มองมาทางผม กำลังรอคำตอบ
"ซวยอีกแล้วกรู"นั่นหละคำตอบของผม.............

edit @ 12 Sep 2009 00:12:24 by taif55

edit @ 12 Sep 2009 00:13:36 by taif55

edit @ 12 Sep 2009 00:14:23 by taif55

edit @ 12 Sep 2009 00:15:09 by taif55

edit @ 12 Sep 2009 00:23:34 by taif55

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile