2009/Sep/24

 
 
 
 
  
ผจญภัยแดนมังกรหมื่นลี้ ตอนที่ 1


 ****ภาคต่อจาก สุดยอดวรรณกรรมเรื่อง ผจญภัยขุมทรัพย์เครื่องบินตกสุดขอบโลก และ 
สวนสัตว์เชียงใหม่หรรษากับการผจญภัยของแพนด้าเพื่อนรัก****

ตอน : การผจญภัยเมื่อห้องแห่งความลับถูกเปิด

ในที่สุดก็ถึงบ้าน โล่งใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สุดยอดเลยว่ะ  
คำพรรณาไหลออกมาจาก ความรู้สึกตื้นตัน แต่...
 ผมคิดว่าผมคงลืมหน้าที่อีกอย่างไปแล้ว  เราสองคนได้กลับบ้าน แต่อีกคนยังไม่ถึง
ผมจึงเดินมาหาเสี่ยแล้วปรึกษากัน
"เอาไงดีว๊ะ ไอ้เสี่ย มรึงไปสัญญากับ หนูจั่นเจาแล้วว่าจะพาไปเขากลับเมืองจีน"
"ก็ไปสิ" เสี่ยตอบกลับทันควัน
"เออ พูดง่ายนะ ถ้ามึงคิดว่าจะโบกรถไปละก็กรูไม่เอาด้วยนะ" ผมพูดเสียดสี
"พูดบ้าๆ นี่มรึงติงต๊องหรือป่าวเนี่ย ปัญญาอ่อนว่ะ" โดนเข้าเต็มเปาเลยผม
เสี่ยแกเรียกผมเข้าไปในห้องแห่งความลับ(ห้องนอนมันนั่นหล่ะ)
บอกตามตรงว่าตั้งแต่อยู่กับมันมาตั้งนาน   นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้เข้าไป
ในดินแคนต้องห้าม ที่ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใดนอกจากแมลงสาบ เคยได้เข้าไป 
เป็นเกียรติเป็นกียรติ หุหุ
"อะโห"ผมอุทานในทันใด เชื่อว่าผู้ชมหลายท่านคงอยากรู้ว่าผมอุทานอะไร
มาเรามาดูกันเดี๋ยวผมจะบรรยายให้เห็นภาพ
ผมว่าเรื่องที่เราเจอมาทั้งหมดมันในตอนก่อนๆ  
ไม่มีเรื่องใดที่น่าตื่นเต้นและตกใจได้มากขนาดนี้มาก่อน
มามาเริ่มกัน ตอนนี้ผมเดินมาอยู่หน้าประตูที่ถูกแง้มอยู่เบื้องหน้า  
ผมค่อยๆเปิดประตูอย่างช้าๆ
ถึงตอนนี้ให้ทุกคนที่กำลังอ่านอยู่นี้อุทานพร้อมกันว่า "อะโห!!!!"   
ภาพแรกคือภาพที่ผมเหยียบเข้ากับถ้วยมาม่าที่ถูกใช้แล้ว แล้วยืนอ้าปากค้าง 
  ฉากที่สองคือเสี่ยหลินกำลังคุ้ยกองขยะที่อยู่ในห้องแห่งความลับ
พร้อมกับหนูจั่นเจาและกระรอกชิบที่วิ่งผ่านขาผมไป
ด้วยแววตาที่เป็นประกายและดีใจอย่างสุดขีด
ตอนนี้ผมจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าในห้องนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจาก
กองขยะมหึมาสูงติดฝ้าเพดานเพียงอย่างเดียว
ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ห่างจากหัวนอนผมที่อยู่ในห้องติดกันเพียงคืบ
ตอนนี้เริ่มจะเป็นเกลียด มากกว่าเป็นเกียรติเสียแล้ว
"ไอ้ดุลมรึงยืนบื้ออยู่ได้ มาช่วยกันหาเป้หน่อยสิว๊ะ "
เสี่ยตะโกนออกมาจากด้านใน ผมเลยจำใจต้องมุดผ่านโพรงที่มีขนาดใหญ่
กว่าตัวเพียงเล็กน้อยตามเข้าไป ในใจก็นึกว่า เกิดมาไม่เคยลำบากเท่านี้มาก่อน
แต่ในขณะที่กำลังคืบคลานอยู่นั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
"ครืนๆๆๆๆ!!!"เอาเข้าแล้วไง ขยะที่อยู่ด้านบนของอุโมงค์ภายในห้อง
เกิดพังลงมาทับ ที่ขามาจนถึงลำตัว
"ไอ้ดุล มรึงทำอะไรว๊ะ กรูไม่น่าให้มรึงเข้ามาเลย ห้องกรูพังหมด"เสี่ยหลินพูดอย่างหัวเสีย
มันยังห่วงห้องอีก
"ช่วยกรูด้วย กรูไม่อยากตายในนี้ กรูไม่อยากเป็นข่าว "ผมที่กึลังนอนคว่ำหน้า
โดยที่มีแต่ลำตัวช่วงบนโผล่ออกมาโบกมือ
ขอความช่วยเหลือ ด้วยอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
"กรูบอกมรึงให้ลดความอ้วนแต่แรกมรึงก็ไม่เชื่อ พังหมด"เสี่ยยื่นมือเข้ามาดึงด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ
เมื่อผมหลุดออกมา นั้งในโถงของถ้ำแห่งความลับที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก
พลันคิดไปว่าจะขอบใจที่ช่วยชีวิต หรือจะขอโทษที่ทำห้องมันพัง
 หรือจะด่ามันก่อนดี  แต่ตอนนี้เกิดกังวลขึ้นมาก่อนแล้วว่าจะออกไปได้ยังไง
ในเมื่อทางเข้าพังลงมาแล้วเหมือนในหนังเลย อินเดียน่าโจน
 ตอนที่สำรวจถ้ำแล้วหินพังลงมาทับทางออก แล้วพวกหาสมบัติตายในถ้ำ
แต่ดูเสี่ยแกไม่กังวลเลย มีแต่บ่นเรื่องที่ผมทำถ้ำมันพัง
ผมก็เลยต้องพูดสิ่งที่อยากพูดในประโยคเดียว
"ขอบใจมากเลยเสี่ยที่ช่วยกรูออกมาได้ แต่โทษทีที่ทำห้องมรึงพัง นะไอ้...!!"
เสี่ยพยักหน้าให้อภัยถึงแม้จะอึ้งกับคำสุดท้าย

"ไม่เป็นไรวันหลังค่อยตอบแทนก็ได้ ตอนนี้มาช่วยกันหากระเป๋าทองคำกัน
ดีกว่าจะได้ไปเมืองจีนกัน"ตอนนี้เลยกลายเป็นบุญคุณกันเลย
 พวกเรารวมทั้งหนูและกระรอกใช้เวลาในการหากระเป๋าทองคำกันอยู่นานมากจนผมถอดใจ
"เสี่ยบอกความจริงเจ้าหนูไปเหอะ ถ้าเราไม่มีเงินเราก็ไปต่อไม่ได้ นี่เราหากันมานานมากแล้วนะ"
"มันก็จริง ถ้างั้นเราให้มันไปวิ่งหนูลงรูดีกว่า เดี๋ยวก็ได้แล้ว"เสี่ยเสนอขึ้น
"พอเลย นี่มรึงยังไม่เข็ดอีกเหรอ ตำรวจเดี๋ยวนี้หูตาเป็นสับปะรด
คราวนี้ถ้าโดนอีกนอนคุกยาวแน่ มรึง"เซ็งกับมันจริงๆเลย
ในระหว่างที่เรากำลังสนทนากันอยู่นั้น จั่นเจาที่กำลังยืนฟังอยู่ พูดขึ้นมาว่า
"พวกท่านไม่มีเงินกันเหรอทำไมไม่บอกข้า"
"ข้าคิดว่าถ้าหากระเป๋าทอง เจอเราก็เอาทองไปขายเพื่อที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินได้
ตอนนี้เราไม่มีเงินเลยหนูเอ้ย"เสี่ยแสดงท่าทีเสียใจ
"เงินแค่นี้ถ้าท่านบอกข้าแต่แรก ข้าก็หามาให้ท่านได้แล้ว คิดว่าหาอะไรอยู่เสียอีก" หนูพูดขึ้น
ผมสองคนมองหน้ากัน แล้วมองไปที่หนูที่กำลังกดโทรศัพท์ส่วนตัวในห้องเสี่ย
"ฮัลโหล พี่....เหรอ (เอ่ยชื่อไม่ได้)เดี๋ยวโอนเงินให้หน่อยสิ
เข้าบัญชี  นาย กรกต กสิกรไทย สาขาบ้านโป่ง 144-2-59729-0
เอาแสนเดียวก่อน   ขอด่วนเลยนะ แค่นี้หล่ะ " พูดจบหนูก็วางหู
งงเลย
"นี่เอ็งคุยกับใครน่ะ "เสี่ยถาม
"อ๋อ พี่....เขาเป็นเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ที่ดูแลพวกเราอยู่
เขาเหมือนนายสองคนน่ะแหละ พูดภาษาพวกเราได้ แต่เขาไม่แสดงตัว
"แล้วเขาไปเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมาย"
"เอาเหอะน่า สุจริตก็แล้วกัน"หนูตอบ
หลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดจึงปีนออกทางฝ้า แล้วมุ่งหน้าไปที่ธนาคารทันที
จริงอย่างที่พูดมีเงินเข้าบัญชีหนึ่งแสนบาทจริงๆ!
วันรุ่งขึ้นผมกับเสี่ยจัดเตรียมเอกสาร เพื่อขอวีซ่าชนิดวันเดียวเสร็จ
 พร้อมทั้งซื้อตั๋วชั้นหนึ่ง First Class ทันที

และแล้วการเดินทางที่ทีทุกคนคิดว่าดูเหมือนจะราบรื่น
 แต่ที่จริงแล้วไม่มีใครสักคนรู้ว่าการผจญภัยในสิ่งที่ไม่คาดคิด
ที่กำลังรออยู่เบื้องหน้ากำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันนับจากนี้ ฮ่าๆๆๆๆ....

ปล. ผจญภัยอีกแล้วเหรอ หลายคนคงอยากถาม ผมก็ขอตอบว่าใช่
ตราบใดที่เพื่อนร่วมทางคือเสี่ยหลิน คำว่าผจญภัย
ก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเสี่ยคือภัยใกล้ตัว
หรือต้นเหตุแห่งภัยอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับผม....
                                              
                                                              เลิกคบกับมันดีมั้ยเนี่ย!!!

edit @ 24 Sep 2009 23:15:40 by taif55

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile