2009/Sep/24

 
 
 
 
ผจญภัยแดนมังกรหมื่นลี้ ตอนที่ 2

 คำเตือน : ถ้าจะไมให้งงหรืองงน้อยลงมาหน่อย ให้อ่านตั้งแต่ตอน ผจญภัยขุมทรัพย์เครื่องบินตกสุดขอบโลก และสวนสัตว์เชียงใหม่หรรษากับการผจญภัยของแพนด้าเพื่อนรัก ก่อนนะจ๊ะ ขอบอก

ตอน:การเดินทางหมื่นลี้ที่สุดแสนหวาดเสียว

            และแล้วการเดินทางที่รอคอยก็เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนกับว่าบางคนกำลังจะก่อเรื่อง
เสี่ยหลินบอกแท๊กซี่ให้ไปหมอชิต  เพื่อที่จะไปขึ้นรถ ปอ.1 ที่หมอชิต
แต่ดูเหมือนว่าโชคคงไม่เข้าข้างคนผิด
เพราะ อำเภอสุวรรณภูมิ ที่อยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด
คงไม่มีเที่ยวบินไปจีนแน่ๆ (แท๊กซี่พาลซื่อจะพาไปอีก)
เราก็เลยได้ไปสมุทรปราการแทนที่จะไปหมอชิต ไม่งั้นเจ้าหนูกับกระรอกได้เฮแน่ๆ
 ณ.สุวรรณภูมิ  เสี่ยหลินดูท่าทางตื่นเต้นเอามาก
อาจจะเป็นเพราะความใหญ่โตของสนามบิน หรือปล่าวก็ไม่รู้
  ผมเดินตามเสี่ย มาเรื่อยๆโดยไม่ทันมองป้าย  และแล้วเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้เราหยุด
"ตรงนี้เข้าไม่ได้ครับ"เจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้เราเข้าไป
"ทำไมเข้าไม่ได้ล่ะ"เสี่ยทำหน้าสงสัย 
"ตรงนี้ช่องผู้โดยสารขาเข้า"เจ้าหน้าที่บอก
"ก็ถูกแล้วไง ผมกำลังจะเข้าไปขึ้นเครื่อง"เสี่ยตอบกลับเสียงกร้าว
เจ้าหน้าที่ถึงกับอึ้ง  ผมเลยต้องเข้าไปดึงตัวเสี่ยหลินที่กำลังมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่  
"ไอ้เสี่ย มรึงหยุดพูดเลย ขอโทษพี่เขาด้วย"
"ไม่ได้ เรื่องแบบนี้ต้องถึงผู้จัดการ" เสี่ยพูดอย่างมีน้ำโห
ผมรีบลอคคอเสี่ยออกมาพร้อมทั้งขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
แล้วรีบพาขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด  จริงๆแล้วเสี่ยแกอาจจะไม่ผิดหรอก
ผิดที่คนขับแท๊กซี่ดันพาเรามาปล่อยที่ชั้นผู้โดยสารขาเข้า
"เสี่ย ถามจริงเหอะ มรึง เคยขึ้นเครื่องบินมาแล้วจริงๆหรือป่าวเนี่ย"ผมถามถามอย่างสงสัย
 ก็เห็นมันชอบพูดเบ่งว่าขึ้นมาไม่รู้กี่รอบแล้ว
ผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบเสียทีจนเราผ่านขั้นตอนเช็คอิน มาเรียบร้อยแล้ว
แตปัญหาก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อถึงขั้นตอนที่ต้องตรวจสัมภาระที่หิ้วขึ้นเครื่อง
เจ้าหน้าที่ขอค้นกระเป๋าต้องสงสัยของเสี่ย
"อันนี้เอาขึ้นเครื่องไม่ได้ค่ะ อันนี้ด้วย อันนี้ด้วย อันนี้ด้วย และอันนี้ด้วย
อะโห อันนี้ด้วยค่ะ"เจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงตกตะลึง
ผมเลยเข้าไปช่วยค้น แล้วบอกว่า เจ้... เอาไปทั้งกระเป๋าเลย ผมยกให้
ก็จะไม่ให้พูดอย่างนั้นได้ไง มีทั้งขวดน้ำดื่ม เชือกไนล่อน สายไฟ หัวฉมวกแทงปลา
เตาแก๊สพกพา กรรไกร มีดพร้าเล่มยา; ยาเส้นใบจากเป็นต้น
นี่ยังมีปืนสั้นอีกกระบอกนะเนี่ย ยังดีที่เป็นแค่ปืนเด็กเล่น BB GUN
"ไม่ได้ ! เรื่องนี้ต้องถึงผู้จัดการ คุณมาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ไงเนี่ย
นี่มันกระเป๋าส่วนตัว คุณมาค้นเอาไปได้ไง " เสี่ยหัวเสียยิ่งกว่าเก่า
ผมเลยต้องลากมันออกมาจากจุดเอ๊กซเรย์นั้นอีกครั้งหนึ่ง
แล้วเล่าเรื่องการจี้เครื่องบินโดยไม่ได้ตังใจ ให้เสี่ยฟัง
คงจะเป็นเพราะผมมัวแต่สนใจจัดกระเป๋าของตัวเองที่บ้านเพราะกลัวเสี่ย
จะจัดให้แบบคราวก่อนอีก
 ตอนนี้ผมได้นั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องรับรองลูกค้าชั้นหนึ่งของสายการบินภายในสนามบิน
  เฮ้อ! สบายจริงๆเคยแต่นั่งรอด้านนอกไม่คิดว่า
จะได้มีโอกาศได้มานั่งในนี้ มันดีแบบนี้นี่เอง ไอ้การแบ่งชนชั้นวรรณะแบบนี้
 แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นอีกจนได้เมื่อถึงเวลาต้องเดินขึ้นเครื่อง
"ไอ้ดุล กรูว่าเราโดนหลอกแล้วว่ะ"เสี่ยยืนมองอยู่ข้างกระจกของสนามบิน
ที่สามารถเห็นเครื่องบินที่เราจะขึ้นอย่างชัดเจน
"มีอะไรเหรอ"
"มรึงซื้อตั๋วถูกต้องหรือปล่าว เครื่องบินลำนี้กำลังจะไปโคราช"เสี่ยชี้ไปที่หน้าต่างของห้องนักบิน
"RATCHASIMA ทำไมเหรอ  อ๋อ!... " พอจะรู้แล้ว ว่าแล้วผมก็รีบเดินไปขึ้นเครื่อง
ใจนึงก็คิดว่าทำไมมันพึ่งจะมารอบคอบตอนนี้ ทีตอนพากรูไปหนองคายมันไม่อ่านป้าย
นี่มันคงคิดว่าเหมือน บขส.ละมั้ง ที่แปะด้านข้างเป็นที่ที่เราจะไป  
สงสัยมันจะไม่รู้จริงๆว่ามันเป็นชื่อเครื่องบิน ฉลาดมาก
 ที่นั่งชั้นเฟิรส์คลาสนี่มันช่างกว้างใหญ่ไพศาลนุ่มนิ่มดีจัง
บอกตามตรงว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องบอกว่า แจ๋วว่ะ!
แต่สำหรับบางคนคงโคตรแจ๋วมาก นั่งเสร็จเสี่ยแกก็หลับในทันที
  เครื่องบินพาเราทั้งหมดทะยานขึ้น จากแผ่นดินแม่สู่ท้องฟ้าอันกว้างไกล
โดยที่มีหนูจั่นเจาและกระรอกจ้องมองออกไปที่  นอกหน้าต่างแบบไม่กระพริบตา
เมื่อเครื่องขึ้นได้ที่แล้วพนักงานต้อนรับสาวแสนสวย ก็นำของว่างมาเสริพ์
เสี่ยพึ่งจะรู้สึกตัวจากการนอน
"คนสวยห้องน้ำอยู่ไหน"นั่นเป็นคำถามแรก ตามมาด้วย
คำถามที่สองว่า"เมื่อไหร่เครื่องจะออก"
พนักงานต้อนรับยิ้มเขินๆแล้วก็ตอบกลับมาวว่า"Smoot as Silk" คงคิดว่าโดนแซวซะละมั้ง
เสี่ยแกก็ยังงงอยู่ดี  เหมือนกับเอาพิซซ่าให้กระบือกินยังไงก็ไม่รู้
 เครื่องบินมาหลายชั่วโมงมากจนเข้าสู่เขตจีนแผ่นดินใหญ่
แต่แล้วผมเริ่มรู้สึกแปลกๆที่หลังจากกับตันสั่งให้เรารัดเข็มขัดเพื่อเตรียมร่อนลงสู่สนามบินเฉิงตู
ผมแปลกใจที่เมื่อมองไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นสนามบินอยู่ด้านล่าง
แต่เครื่องบินกลับบินวนอยู่หลายรอบจนผิดสังเกตุ
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"ผมอุทานเบาๆ   หนูจั่นกับกระรอกชิบ รีบตะกายขึ้นมามองที่หน้าต่าง
"มีปัญหาแล้วหล่ะมาสเตอร์"หนูจั่นที่มองออกไปนอกหน้าต่าง
ตอบกลับมาทางผม(หนูจั่นเจาชอบเรียกผมว่ามาสเตอร์)
"สงสัยล้อจะไม่กาง เมื่อกี้ได้ยินที่นักบินพูดทางวิทยุกับหอบังคับการบิน"หนูจั่นซึ่งมี
สัญชาติญานของหนูที่สามารถได้ยินเสียง คลื่นวิทยุได้เป็นอย่างดีตอบมาทางผม
 ตอนนี้บอกตามตรงว่าจากที่เคยดูสารคดีมาการลงจอดโดยที่ล้อกางไม่ครบ
มันคือเรื่องใหญ่และอันตรายมากๆ
"ไม่ต้องหว่ง  ชิบ!.."หนูจั่นตะโกนเรียกกระรอก
"เดี๋ยวเราไปดูข้างล่างกัน" ว่าแล้วทั้งสองก็ วิ่งออกไปทางด้านหลัง
แล้วมุดเข้าไปในรูเล็กๆทั้งสองหายไปพักใหญ่ ผมเริ่มมีความรู้สึกว่า
เครื่องบินกำลังเริ่มลดระดับ  เมื่อเครื่องเริ่มลดมาจนถึงใกล้แตะรันเวย์
ผมนั่งหลับตา แล้วนึกถึงภาพเครื่องบินในสารคดีลำที่ร่อนลงทั้งที่ล้อกางไม่ครบ
หวังว่าคงจะไม่เป็นแบบลำนั้นนะ
และแล้ว!เครื่องร่อนลงแตะรันเวย์อย่างนุ่มนวล ผมลืมตาขึ้น เห็นหนูจั่นกับกระรอกชิบยืนยิ้มอยู่ที่ตักผม
"เกิดอะไรขึ้น ผมรีบถามอย่างทันควัน"
"ไม่มีอะไรหรอก แค่สายไฟเส้นเดียวแค่นั้นเอง
ดีนะกระรอกชิบมันเห็นก่อน"หนูจอมแฮคเกอร์ตอบสั้นๆ
ผมก็เลยไม่ถามอะไรต่อ แต่ก็อดคิดไม่ได้เกี่ยวกับไอ้สองตัวนี่
และแล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างงัวเงีย
"เมื่อใหร่เครื่องจะออกวะเนี่ย" ผมก็เลยตอบเจ้าของเสียงว่า "Smooth as Silk"
ผู้โดยสารทั้งหมดถูกสั่งให้ลงจากเครื่องในทันที ผมก็เลยลากกระเป๋าพร้อมเสี่ย
ลงตรงทางลงฉุกเฉิน ไปยืนตรงรันเวย์ ที่มีรถกู้ภัยมาจอดเต็มไปหมด 
"กรูบอกแล้วว่ามรึงโดนหลอก  เดี๋ยวไปกินผัดหมี่โคราชกัน มื้อนี้กรูเลี้ยง" เสี่ยทำหน้าใหญ่
แล้วผมก็พามันขึ้นรถบัสของสนามบินไปที่อาคารของท่าอากาศยานเฉิงตู
เมื่อผ่านพิธีการเข้าเมืองแล้วผมก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ว่า "แล้วจะไปยังไงต่อดีเนี่ย!"
ระหว่างที่ยืนคิดอยู่ที่ทางออกนั้นเอง
"ใช่ มาสเตอร์ดุง กับ หลิงหลิง หรือป่าวครับ" ชายรูปร่างกำยำเอ่ยขึ้น
"ใช่ครับ แล้วคุณรู้จักผมได้ไงเนี่ย"ผมถามอย่างแปลกใจ
"จั่นเจาอยู่กระเป๋าไหนครับ"ชายชาวจีนถาม  แต่แล้วหนูจั่นก็โผล่หัวมา
"อาเฉิน! ฉันอยู่นี่"หนูจั่นแสดงท่าทีดีใจ
"ไม่ได้เจอเสียนาน อ้วนขึ้นหือปล่าวเนี่ย  ไป เราไปกัน" อาเฉินรีบมาเข็นรถเข็น
กระเป๋าแล้วพาเราไป
เมื่อขึ้นรถแล้วหนูจั่นก็แนะนำตัวเพื่อนชาวจีนให้รู้จัก
"มาสเตอร์ นี่อาเฉิน ชื่อจริงเขาชื่อ แจ็คกี้ เป็นเพื่อนฉันเองเดี๋ยวเขาจะพาไปที่พัก
ตอนนี้ถึงบางอ้อเฉิงตูเลย ถึงว่า หน้าคุ้นๆ จะขอลายเซ็นดีมั้ยเนี่ย
และแล้วการเดินทางวันแรกก็ดูเหมือนจะจบด้วยดี แต่....
" หิวว่ะ.. นายน่ะรีบพาไปกินหมี่โคราชเลย เอาร้านใกล้ๆนะ หิวจะแย่อยู่แล้ว" เสี่ยที่อยู่ในอาการ
เพลนนิ่งซินโดรม (ใช่ปล่าวก็ไม่รู้)หรืออาการเมาเครื่องบินน่ะแหละ พูดด้วยเสียงพะอืดพะอม..........

และแล้ววันแรกก็อิ่มท้องดี ฮ่าๆๆๆ....

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile