2009/Sep/27

ผจญภัยแดนมังกรหมื่นลี้ ตอนที่ 3
 
****ภาคต่อจาก สุดยอดวรรณกรรมเรื่อง ผจญภัยขุมทรัพย์เครื่องบินตกสุดขอบโลก และ 
สวนสัตว์เชียงใหม่หรรษากับการผจญภัยของแพนด้าเพื่อนรัก**** 
 
 
 
 
ตอน:ท่องไปในแดนมังกร

       เมืองเฉิงตู เป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่ รู้สึกว่าจะเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น
เป็นอันดับต้นๆของจีน
  หลังจากที่เราทั้งหมดแวะทานอาหารแล้ว หนังตาตึงแล้วหนังท้องก็เริ่มหย่อน
เสี่ยก็เรียกบ๋อยมา
"เสี่ยวเอ้อ! เช็คบิล..."
ว่าแล้วเด็กเสริพ์ก็เดินตรงมาพร้อมกับทำท่าจะจดออร์เดอร์
เสี่ยเริ่มมองหน้าเด็กเสริพ์
"นี่มรึงฟังภาษาคนไม่เข้าใจเหรอ บอกให้เช็คบิล"
"เข้าใจครับ"เด็กเสริพ์ทำท่าจะจดออร์เดอร์อีก
ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไม เด็กมันถึงได้ยืนรอ
"เก็บเงินด้วยครับ"ผมบอกเด็กเสริพ์ หลังจากนั้นเด็กเสริพ์ก็เดินออกไป
 แต่จู่ๆผมเกิดนึกขึ้นมาได้
"อาเฉิน คนที่นี่เขาพูดไทยได้ด้วยเหรอ"
อาเฉินมองมาทางผม
"ผมก็พูดไทยไม่ได้เหมือนกัน ทำไมเหรอ" ตอนนี้ผมเริ่มงงแล้วหล่ะ
"แล้วคุณพูดกับผมรู้เรื่องได้ไงเนี่ย" 
"อ้าวก็คุณ พูดจีนปร๋ออย่างนี้จะไม่รู้เรื่องได้ไง" เอาเข้าให้แล้วผมงงหนักเข้าไปอีก
แล้วหนูเจอรรี่หรือจั่นเจาก็โผล่มา
" แม้แต่ภาษาสัตว์ยังเข้าใจ กะอีแค่ภาษาคนด้วยกัน ทำไมจะไม่เข้าใจ"เจอรี่บอก
ตอนนี้ผมเริ่มนึกถึงเรื่องประหลาดตอนที่อยู่ในป่าหิมพานต์ได้แล้ว
  หลังจากนั้นอาเฉินก็พาเรามาที่ที่พัก
"เดี๋ยววันนี้เราพักที่นี่กันก่อน พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีกไกล" แล้วพวกเราก็เข้านอน
  เช้าวันรุ่งขึ้นอาเฉินปลุกพวกเราแต่เช้า
"ลุกได้แล้ว รีปไปกันเถอะ" ผมซึ่งรู้สึกตัวก่อนลุกขึ้นมาแล้วมองไปบนเตียงที่มีเสี่ย 
นอนอยู่ข้างๆ หนูจั่นและกระรอกชิบ ที่กำลังนอนหลับเรียงกันอย่างมีความสุข
"เมื่อคืนเรานอนอยู่บนเตียงนี่หว่า ช่างมันเถอะ"
ผมลุกขึ้นจากพื้นห้องแล้วเดินไปอาบน้ำ
แล้วพวกเราจึงเริ่มเดินทางต่อ
"วันนี้เราจะไปไหนกันเนี่ย"ผมถามอาเฉิน
"เดี๋ยวเราจะไปเดินป่ากัน "อาเฉินดูท่าทางอารมณ์ดี
"บ้านของจั่นเจาอยู่ไม่ไกลจากบ้านของแพนด้านัก  
ไม่ได้เข้าไปนานตื่นเต้นดีเหมือนกัน"อาเฉินยิ้ม
รถของเราเดินทางผ่านถนนไฮเวย์ เริ่มเข้าสู่ชนบทและเริ่ม
ไต่เขาขึ้นสู่ที่ชัน เข้าสู่ป่าที่มีภูเขาตั้งชันสูงเสียดฟ้า
บรรยากาศที่นี่นะ ขอบอก สุดยอดเลยมีเมฆลอยอยู่เหนือยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม
 พูดแล้วก็อดไม่ได้ นี่ถ้ามีกาแฟสักถ้วยนะ อะหืมมม...
แต่ตอนนี้ผมชักจะเริ่มพะอืดพะอมกับเส้นทางที่เราเดินทางแล้วหล่ะ
"เมื่อไหร่จะถึงน่ะ อาเฉิน"
"อีกไม่ไกลหรอกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว"อาเฉินเหมือนจะมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมอีก 
 แต่เหมือนกับอาเฉินพูดหลายรอบแล้ว ว่าจะถึง
ผมเป็นห่วงเสี่ยก้เลยหันไปดูที่เบาะหลัง อะโห...
"Smooth as Stone"ขนาดนี้มันยังหลับได้เชื่อเลย
 แต่แล้วรถก็หยุดกระทันหัน
"มีอะไรเหรอ"ผมถามอาเฉิน
อาเฉินมองไปที่ถนนด้านหน้ารถ
"ว่าแล้วเชียว "อาเฉินเดินลงไปทางกองหินที่ขวางหน้ารถอยู่
"สงสัยเราต้องเดินกันแล้วหล่ะ"อาเฉินเปรย
กองหินข้างหน้าเป็นหินที่เกิดจากการถล่มของภูเขาในช่วง
ที่มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้
พวกเราเลยจำใจต้องทิ้งรถแล้วเดินลง  เมื่อจัดเตรียมสัมภาระทั้งหมดแล้ว
พวกเราก็เดินตามอาเฉินไป
"อีกไกลมั้ยเนี่ย "ผมถามคนนำทางอีกครั้ง
"ไม่ไกลหรอก เดี๋ยวก็ถึงแล้ว"ผมแทบจะพูดตอบ
พร้อมอาเฉิน(โดนแซวแล้ว อิอิ..)
"ไม่ไกลจริงๆ  มันมีทางเดินลัดอยู่"อาเฉินพูดแล้วชี้ไปที่หน้าผา
สูงชันที่อยู่ติดถนน
ผมก็เลยพยายามมองไปที่หน้าผาเพื่อที่จะค้นหาสิ่งที่เขาเรียกว่าทางอยู่
ในไม่ช้าอาเฉินซึ่งปีนขึ้นไปอยู่บนชะง่อนผาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ก็หย่อนเชือกลงมาให้เรา
"นี่นายจะให้เราปีนขึ้นไปจริงเหรอ"ผมถามด้วยท่าทางตื่นตะลึง
"ทำไงได้ถ้าเดินคงเป็นวัน รีบขึ้นมาเถอะเดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน"
เอา เป็นไงเป็นกัน ทำไงได้ ผมเดินก้มหน้าก้มตาไปแย่ง
เชือกจากเสี่ยหลินที่กำลังทำท่าจะปีนเชือก
(กลัวว่าถ้าอยู่ด้านล่างแล้วเดี๋ยวจะเหมือนที่เขาใหญอีกที่เสี่ยแกรูดลงมา)
ผมปีนขึ้นไปจนถึงด้านบนอย่างทุลักทุเล
แต่แล้วก็มีเสียงมาจากทางด้านล่าง จับใจความได้ว่า
ให้ช่วยดึงขึ้นไปที ผมกับอาเฉินเลยต้องดึงมันขึ้นมา
โดยที่ มันไม่ต้องออกแรงปีน
  และแล้วเราจึงเริ่มเดินทางไปตามทางเดินเล็กๆกันต่อ
ในระหว่างที่เรากำลังกินอาหารเที่ยงและคุยกันอยู่นั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"ใครมายิงปืนแถวนี้ว๊ะ"อาเฉินรีบวิ่งไปทางต้นเสียง
ผมจึงรีบวิ่งตามออกไป
 แต่แล้วผมก็ต้องตกใจที่เห็นอาเฉินยินนิ่งอยู่ ใกล้กับ
ลูกหมีแพนด้าที่นอนฟุบอยู่ แล้วมีชายคนหนึ่งเอาปืนยาวจ่อมาทางอาเฉิน
"นี่พวกนายกำลังทำอะไรอยู่รู้มั้ย"อาเฉินพูดเสียงดัง
"นายก็รู้นี่ ไม่เห็นต้องถาม"ชายอีกคนที่อยู่ในกลุ่มตอบขึ้น
"พวกนายก็รู้ ว่าแพนด้าใกล้สูญพันธ์แล้วยังจะมาคุกคามอีก"
"แล้วไง มันเกี่ยวอะไรกับปากท้องข้าด้วยล่ะ"ชายคนนั้นตอบขึ้น
ในระหว่างที่เหตุการณ์กำลังตึงเครียดอยู่นั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
เมื่อเสี่ยเอาปืนสั้นสองกระบอกจ่อไปทางพวกนายพราน
"ทิ้งปืนซะ ถ้ายังไม่อยากตาย" เหมือนดูหนังคาวบอยเลยว่ะ
นายพรานเริ่มวางปืนลงกับพื้น แต่แล้ว
"เปรี้ยงๆๆๆ "เสียงปืนดังขึ้นนายพรานเอามือบังกระสุน
ที่เสี่ยหลินยิงเข้ามา
"ซวยแล้ว หนีเร็ว"เสี่ยตะโกนขึ้น พร้อมกับทิ้งปืนเด็กเล่น bb Gun ที่ทำลั่นเมื่อกี้
ผมซึ่งกำลังอุ้มหมีแพนด้าน้อยอยู่ วิ่งหนีอย่างสุดชีวิต
แต่โชคยังเข้าข้างเมื่อมองไปข้างหลัง
ผมเห็นนายพรานกำลังค้นหากระเป๋ากระสุนอยู่
เราทั้งสามหนีไปทางเดียวกันได้สักพักจึงหยุดวิ่ง
"คิดว่าจะไม่รอดแล้ว "อาเฉินพูดขึ้น
"แล้วเจอรี่ล่ะ"กระรอกชิบพูดอย่างตกตะลึง
นั่นสิ เจอรี่
ไม่นานนัก หนูเจอรี่ก็วิ่งตามมาพร้อมคาบถุงกระสุนปืนของนายพรานมา
"แหม วิ่งกันป่าราบเลยนะ ไม่รอกันเลย"หนูพูดด้วยเสียงเหนื่อย
"เรารีปไปกันเถอะ พวกมันยังมีปืนสั้นอีกกระบอก"หนูจั่นสั่ง
ใช่แล้วพวกมันยังมีปืนอยู่ แล้วพวกมันก็ตามทัน จนได้
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงไปในถ้ำขนาดเล็กที่อยู่ด้านหน้า
โดยที่ผมลงมาก่อน แต่เสี่ยจดจดจ้องๆไม่กล้าลง
จนอาเฉินใช้สิ่งที่ไม่ใช่มือผลักดามลงมา
พวกเราลื่นไถลตามกันลงมาจนกระทั่งหยุดที่ที่หนึ่งในห้องโถงของถ้ำ
น่าแปลกใจที่เราลื่นลงมาโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง
เลยแม้แต่น้อย แล้วอีกอย่างทำไมถ้ำถึงได้สะอาดอย่างนี้
ผมยกเท้าของเสี่ยหลินที่อยู่เกือบถึงปลายคางผมออก แล้วลุกขึ้นยืน
ในขณะนั้นเองอาเฉินก็กำลังมองอะไรบางอย่างด้วย
สีหน้าตื่นตะลึง อย่างไม่เชื่อสายตา
แต่สิ่งที่กำลังจ้อมมาทางเราคือสิ่งที่คนบนโลกนี้เรียกว่า
"มังกร"..........

ใช่แล้ว  มังกรตัวเป็นๆของแท้เลยหล่ะ


***** เริ่มจะเข้มข้นขึ้นอีกแล้ว โปรดติดตามตอนต่อไป  เร็วๆนี้..*****

ปล. ตอนนี้เรามี TWITTER แล้วนะอยากทราบความเคลื่อนไหวของเรา
ติดตามได้ที่  @TAIF55 นะ follow ตามสบายเลย...

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile