2009/Oct/14

ภาระกิจตะลุยอวกาศกู้โลก ตอนที่ 2

 
 
 
 
ตอน  นักบินอวกาศจำเป็น

  เราทั้งสองจำใจต้องเดินตาม แหม่ม โดยที่มีการด์คุมด้านหลัง
ตอนนี้ใจคิดถึงขั้นว่าว่าจะหาทางติดต่อสถานทูตได้ไงดี
แล้วเราก็โดนคุมตัวมาที่ชั้นสามของอาคาร
"เชิญพวกคุณเข้าด้านในก่อน"แหม่มพูดขึ้น
ด้านในมีชายอีกคนรอต้อนรับเราอยู่
"มีอะไรก็ว่ามาถ้าแพงนักเราไม่มีจ่ายนะขอบอก"
เสี่ยหลินพูดกับชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า
ชายคนนั้นทำหน้างงๆ
"เชิญคุณทั้งสองนั่งก่อน"ชายคนนั้นพูดอย่างมีไมตรี
"ผมไม่รู้นะว่าพวกคุณทั้งสองทำได้อย่างไร ผมทึ่งกับพวกคุณมาก"
"คุณหมายถึงอะไร"ผมถามด้วยความแปลกใจ
"คุณทั้งสองสามารถผ่านเครื่องสร้างแรงจี
ในระดับสูงมากโดยไม่มีอาการข้างเคียง ผมหาคนแบบคุณมานานแล้ว"
"แล้วยังไง คุณจะหาไปทำไม"ผมถาม
"ผมขอเข้าเรื่องเลยนะ ตอนนี้ผมกำลังหาคน
ที่จะไปกับยานอวกาศรุ่นใหม่อยู่
แต่ปรากฎว่าจนบัดนี้ แม้แต่นาวิกโยธินที่เก่งที่สุดในกองทัพเรา
 ยังไม่มีใครผ่านเลยแม้แต่คนเดียว
เราก็เลยต้องจัดงานแสดงนี้เพื่อหาคนที่สามารถทนแรงต้านสูงๆได้
แล้วทางลูกน้องของผมเขาบอกว่าคุณทั้งสอง 
สามารถผ่านเกณฑ์ได้อย่างเหลือเชื่อ"
"นี่คุณกำลังบอกว่าเราจะได้ขึ้นไปกับยานอวกาศนั้นหรือ"ผมตกใจ
"คุณสนใจมั้ยล่ะ"ชายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะพูดขึ้น
แน่นนอนใครจะมีโอกาศแบบนั้นได้อีกเล่า
พวกเราตอบแบบไม่ลังเล
"แล้วเราจะไปกันเมื่อไหร่ล่ะ"ผมถาม
"เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อคุณพร้อม"ชายคนนั้นพูดขึ้น
ท่าจะสนุกแฮะ ผมคิดในใจ
"ถ้างั้นวันนี้เดี๋ยวเราจะพาคุณไปพักผ่อนก่อนแล้วพรุ่งนี้ 
จะมีเจ้าหน้าที่อีกชุดมาพาคุณไป ฝึกซ้อม"แล้วเราก็ถูกเชิญไปที่พัก
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานอาหารเช้าแล้ว
เจ้าหน้าที่มาเรียกพวกเราไป ที่ห้องฝึกซ้อม
"สำหรับพวกคุณไม่มีอะไรมาก เราจะฝึกคุณให้คุ้นเคยสภาวะไร้น้ำหนัก
และทดสอบแรงเหวี่ยง หวังว่าคุณคงผ่านไปได้ด้วยดี"
ชายคนที่แนะนำคัวว่า มิสเตอร์มารค์ บอกพวกเรา
ผมกับเสี่ยขึ้นไปอยู่บนเครื่องทดสอบแรงเหวี่ยง
ที่มีลักษณะคล้ายม้าหมุนขนาดใหญ่
"ถ้าเกิดว่า คุณรู้ตัวว่ากำลังจะหมดสติให้คุณกด
ปุ่ม ที่ผมให้มานี้ทันทีเลยนะ" 
นายมารค์ยื่นแท่งที่มีปุ่มกดอยู่ด้านบนขนาดพอดีมือมาให้เรา
 เมื่อผมกับเสี่ยพร้อม ผมก็ส่งสัญญานไปให้ผู้ควบคุม
เครื่องสร้างแรงเหวี่ยงเริ่มทำงาน โดยเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
"เสี่ยหลิน กรูว่าไอ้เครื่องหมุนเนี่ย มันส์กว่าที่สวนสยามเยอะเลยว่ะ"ผมยิ้ม
"มันส์ตรงไหน ไม่เห็นมีอะไรเลย  สนุกตรงไหนว๊ะ"เสี่ยทำหน้าเฉยๆ
แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ผู้ควบคุมเครื่องเริ่มมองหน้า
 มิสเตอร์มารค์ ที่เป็นหัวหน้าชุดฝึกซ้อม ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
ในขณะนั้นทีมแพทย์ก็รีบวิ่งหน้าตื่นไปหา หัวหน้าชุด
เครื่องหมุนไปได้สักพักเดียวก็ถูกสั่งให้หยุด
ทีมแพทย์พร้อมกับมิสเตอร์มารค์วิ่งตรงรี่มาที่ที่เราทั้งสองนั่งอยู่
"ทำไมพวกคุณสะเพร่าอย่างนี้ "หัวหน้าชุดฝึกซ้อมต่อว่าทีมแพทย์อย่างรุณแรง
"เป็นไงมั่งครับ"หัวหน้าชุดถามด้วยความเป็นห่วง
"ก็ดี"คำตอบของเสี่ยหลินทำเอาผู้เชี่ยวชาญถึงกับตกตะลึง
"นี่พวกคุณไม่มีอาการอะไรกันเลยหรือ"หัวหน้าชุดแปลกใจ
"คุณทำได้ไงเนี่ย ก็ในเมื่อทีมแพทย์เขา
ยังไม่ได้ให้ยาป้องกันอาการเมาหรือช็อคกับคุณเลย"
ผมกับเสี่ยมองหน้ากัน  มีงี้ด้วยเหรอ 
การทดสอบนี้ผ่านได้โดยไม่ต้องสงสัย
แต่การทดสอบต่อไปนี้หล่ะคือปัญหา เมื่อ...
เมื่อ เราทั้งสองถูกเชิญขึ้นเครื่องบิน
แล้วการฝึกซ้อมที่ง่ายที่สุดสำหรับคนธรรมดา
 กลายเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเสี่ยหลิน
 แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมและการด์ที่จะพาเสี่ยหลินขึ้น
เครื่องบินขนาดใหญ่เพื่อจำลองสภาวะไร้น้ำหนัก
ด้วยความอยากรู้ของผม
เมื่อเครื่องบินขึ้นเป็นอันจบกัน เพียงไม่นานผมก็รู้สึกว่าตัวเริ่มลอย
เห็นทางหัวหน้าชุดบอกว่าตอนที่เราลอยได้นั้น
เกิดจากการที่เครื่องบินพุ่งลงสู่โลกนั่นเอง
นี่ถ้าเสี่ยได้ยินคงจะเกาะไอ้เสาต้นนั้นแน่นกว่าเดิมแน่ๆ
เป็นอันว่าผ่านการทดสอบก็แล้วกัน เฮ้อ...
หลังจากผ่านการทดสอบแล้ว หัวหน้าโครงการที่
เราเจอตอนแรกก็เดินมาหาเราที่สนามบิน
"พวกคุณยอดเยี่ยมมาก เราคงต้องฝากความหวังไว้กับพวกคุณแล้วหล่ะ" 
หัวหน้าโครงการพูดอย่างตื่นเต้นพร้อมทั้งเชิญเราไปที่ห้องรับรอง
"ในเมื่อพวกคุณพร้อมอย่างนี้แล้ว ผมว่าเราจะส่ง
คุณขึ้นไปให้เร็วที่สุด"หัวหน้าโครงการพูด
"ดีเหมือนกัน ตอนนี้เริ่มคิดถึงบ้านแล้ว"เสี่ยพูด
แต่ทุกคนที่อยู่ที่นั่นกลับเงียบกริบ
"เอาเป็นว่า ตอนนี้คุณอยากไปที่ไหนเป็นครั้งสุดท้าย
บอกเรามาเดี๋ยวเราจะให้ทีมงานพาไป"
แน่นอนว่าเสี่ยแกอยากไปมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ลาสเวกัส
แล้วหัวหน้าโครงการก็รับปากในทันที
 วันรุ่งขึ้นเราก็ได้ไปลาสเวกัส ด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่ทางนาซ่าจัดมาให้
"แหม เก้าอี้ตัวนี้มันใหญ่ดีนะ"เสี่ยพูดชื่นชมเฮลิคอบเตอร์ อย่างตื่นเต้น
"แน่นอน ที่คุณนั่งอยู่นี้ คือเครื่อง Marine One นี่  แล้วไอ้ที่นายกำลังนั่งอยู่นั่นน่ะ
ปกติเป็นเก้าอี้ของประธานาธิบดี นี่ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
ไม่คิดว่าจะได้ขึ้นมาเหมือนกัน"ผู้ดูแลพูดขึ้น
และแล้วเราก็ถึงลาสเวกัส 
มารีนวัน พาเราลงจอดบนอาคารแห่งหนึ่ง
แล้วผมก็ปล่อยให้เสี่ยแกเพลิดเพลินกับการพนัน
โดยที่ผมขอตัวนั่งจิบกาแฟอยู่ในคอฟฟี่ชอพ
เมื่อกลับมาถึงที่พักที่นาซ่าผมก็ถามว่า "ได้เท่าไหร่" เสี่ยแกเฉย
แต่ผู้ดูแลกลับพูดขึ้นมาแทนว่า "เฮียแกยืมผมไปอีก สองร้อยกว่าเหรียญ"
หนี้บาน ไอ้เสี่ยเอ้ย....
และแล้วก็ถึงวันที่เราต้องขึ้นท่องอวกาศ
บอกตามตรงว่าเมื่อผมมาถึงแท่นปล่อยจรวด
ผมคิดไม่ถึงว่ายานอวกาศรุ่นใหม่
มันจะมีขนาดมโหฬาลอย่างนี้  ก็เมื่อเทียบ กับ
กระสวยอวกาศลำที่เราวิ่งผ่านมา
มันแทบเทียบกันไม่ได้
ในระหว่างที่เรากำลังเตรียมการขั้นสุดท้ายกันอยู่นั้น
ผมแทบไม่เชื่อสายตาว่าคนที่ลงมาจากเครื่องมารีนวันนั้นคือ
ท่านประธานาธิบดี 
บารัค โอบาม่า ตัวจริงเสียงจริงเดินมาจับมือพวกเรา
ที่ประกอบไปด้วย ผมกับเสี่ยหลิน และนักบินอีกสองคน
ผมมองไอ้สองคนนั้นมันตื้นตันจนร้องไห้เลย
เมื่อประธานาธิบดีเดินมาจับมือกับเสี่ย
"ผมกับชาวโลกขอฝากความหวังไว้กับพวกคุณทั้งสองนะ
ขอให้ภารกิจสำเร็จด้วยดี ขอบคุณมากนะ"
บารัคพูดสั้นๆ
"อย่าไปหวังอะไรกับมันมาก ไอ้เนี่ยมันพึ่งอะไรได้ไม่มากหรอก"ผมแซว
แล้วประธานาธิบดีก็โบกมือลา
เมื่อผมกับเสี่ยสวมชุดนักบินแล้วเราก็ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องนักบิน
ไม่นานพวกเราก็พร้อมขึ้นบิน
ในใจผมนึก นี่จะมีสักกี่คนได้ขึ้นมานั่งบนนี้
โดยเฉพาะกระสวยอวกาศยักษ์รุ่นใหม่แบบนี้
พวกเรานั่งปรับสภาพกันอยู่พักใหญ่ไม่นาน
ทางหอบังคับการก็ส่งสัญญาณ
ผมได้ยินการนับถอยหลังจากทางวิทยุ
นี่เรากำลังจะเป็นนักบินอวกาศงั้นหรือเนี่ย
และแล้วการเดินทางจึงเริ่มขึ้น...
ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกของพวกนักบินแล้วว่า
 อาการที่เหมือนกับการถูกบี้ติดเบาะเป็นอย่างไร
แรงสั่นสะเทือนของจรวดขนาดยักษ์มันมากเสียจน 
 พวกหอบังคับการบินพูดรายงานผ่านทางวิทยุว่า 
มีแผ่นดินไหวสามริกเตอร์ที่บนพื้นดิน
อันเกิดจากเครื่องยนต์ของจรวดหลัก
แล้วเราก็ทะยานขึ้นสู่อวกาศเป็นผลสำเร็จเมื่อ
มองออกมานอกหน้าต่างแล้วพบว่าเราอยู่นอกโลกแล้ว
ตอนนี้ผมเริ่มปลุกเสี่ยหลินที่กำลังหลับอยู่
นักบินอวกาศคนหนึ่งหันมามองแล้วพูดขึ้นว่า
"จะรอดมั้ยเนี่ย ไหนพวกนั้นบอกว่าผ่านการทดสอบแล้ว
 นี่แค่ขั้นแรกเอง ไม่น่าให้เด็กพวกนี้ขึ้นมาเลย " นักบินหันไปมองกับอีกคน
"ไหนมรึงพูดอีกทีซิ"เสี่ยหลินลืมตาขึ้น
พร้อมทั้งปลดเข็มขัดนิรภัยออก
แต่มันยังไมทันทำอะไร เสี่ยก็หงายหลัง
 อย่างไม่เป็นท่า เนื่องจากสภาวะไร้แรงดึงดูด
นักบินที่มีท่าทีเครียดตั้งแต่อยู่บนพื้นโลกหัวเราะด้วยท่าทีสนุกสนาน
"พอแล้ว  ไม่ต้องไปว่าน้องมันเราต้องอยู่ร่วมกันอีกนาน
 นี่เป็นครั้งแรกของพวกเขา"นักบินอีกคนพูดยิ้มๆ
จริงๆแล้วผมอยากจะบอกนักบินสองคนนั้นว่านี่ไม่ใช่
ครั้งแรกที่อยู่บนอวกาศหรอก แต่ช่างเถอะใครจะไปเชื่อ
แล้วนักบินก็เริ่มแนะนำตัว "ผมชื่อ PiCom3 
ส่วนอีกคนชื่อ Picom4" ทั้งสองแนะนำตัว
"ผมชื่อ หลิน ส่วนไอ้เนี่ยชื่อ ดุล"
เสี่ยแนะนำตัวทำเอานักบินตกตะลึง
ทันใดนั้นก็มีเสียงจากวิทยุดังขึ้น
"เอาอีกแล้ว นี่สงสัยลูกน้องผมคงลืมบอกคุณไป 
คุณดุล มีชื่อCode ว่า Crcom2 
ส่วนคุณหลิน ชื่อ Crcom1"
เป็นชื่อในภาระกิจ ให้พวกคุณจำไว้ด้วย
"ทำไมพวกมรึงต้องทำเรื่องง่ายให้มันยากด้วยว้ะ 
คนพวกนี้"เสี่ยที่กำลังกลิ้งอยู่ในห้องนักบินพูดขึ้น
"เอาน่า เสี่ย เขาว่าไงก็ว่าตามเหอะ"ผมปลอบ
เมื่อทุกอย่างจบ picom3 ก็ทำการเดินเครื่อง
เต็มกำลังมุ่งหน้าออกไปทางดวงจันทร์
โดยที่ผมคงจะลืมไปอย่างว่าเขาจะให้เราไปที่ไหนกัน
 บอกตามตรงว่าจริงๆแล้วเราไม่รู้แม้กระทั่งโปรแกรมการเดินทางเลย
เอาก็เอาว๊ะเดี๋ยวค่อยถามก็ได้ 
ตอนนี้ขอจิบเจลรสกาแฟก่อน หุหุ....

โปรดติดตามตอนต่อไป...



.....

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile