2009/Oct/18

"
--------------------------------

ภาระกิจตะลุยอวกาศกู้โลก ตอนที่ 3
 

ตอน  การเดินทางผ่านอุโมงค์ตัวหนอนอวกาศ


   และแล้วเราความฝันของผมก็เป็นจริง
นี่เราเป็นนักบินอวกาศจริงๆหรือนี่
ไม่อยากจะเชื่อเลยวุ้ย
ผมลอยตัวอยู่บนยานอวกาศรุ่นใหม่
ที่นักบินบอกกับเราว่าใหญ่กว่ากระสวยอวกาศรุ่นก่อนๆที่เคยมีมา
สภาวะไร้น้ำหนักนี่มันคงทำให้เราเบาลงเยอะเลย
ชักอยากจะเอากิโลมาชั่งซะแล้วสิ หุ หุ
ผมลอยตัวมามองหน้าต่างบานเล็กๆของห้องนักบิน
นั่นสินะโลกของเรา ดูมันช่างเล็กเสียนี่กระไร
ว่าแล้วก็ซดเจลรสกาแฟอีกที
แต่จู่ๆผมก็เริ่มแปลกใจ
"นักบิน  นี่เราจะไปไหนกันเนี่ย" ผมแปลกใจที่ยานของเราวิ่งเลยดวงจันทร์
สองนักบินทำหน้าแปลกใจ
"นี่ฮูสตันไม่ได้บอกอะไรพวกนายเลยหรือ"นักบินหันมามอง
"นั่นสินี่เราจะไปไหนกัน" เสี่ยหลินก็ถามด้วยความสงสัย
นักบินทั้งสองมองหน้ากัน
"เอาเป็นว่าเดี๋ยวพวกนายก็รู้เอง"
ช่างมันเถอะแค่ได้ขึ้นมานี่ก็ดีถมถืดแล้ว ใจผมคิด
เมื่อผมมองออกไปนอกหน้าต่างอีกทีก็พบว่าเราอยู่ไกลจากโลกมากแล้ว
แล้วนักบิน picom4ก็สั่งให้เรากลับมานั่งที่พร้อมกับรัดเข็มขัดอีกครั้ง
" ถึงฮูสตัน ตอนนี้เราอยู่ในระยะแล้ว เราพร้อมเดินเครื่องในอีก 5นาที ขอคำสั่งด้วย"
" ถึง H2N1 ถ้าพร้อมแล้วก็ดำเนินภาระกิจได้ทันที 
พวกเราในนามของมนุษย์ชาติ ขอฝากความหวังไว้
กับพวกท่านด้วย ลาก่อน" ฮูสตันพูดแปลกๆ
แล้วนักบิน Picom3 ก็หันมาพูดกับเรา
"หลังจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของพวกนายทั้งสองแล้วหล่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ยานลำนี้ไม่ธรรมดา
มันเป็นยานที่ถูกออกแบบมา เพื่อเดินทางเข้าสู่
สิ่งที่เรียกว่า Black hole effect Way "
"เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้นายบอกว่า เอ็กซ์เพรสเวย์ อะไรน่ะ มันคืออะไร" เสี่ยถาม
"เอาเป็นว่าพวกนายไม่ต้องรู้อะไรมากหรอก แต่จะบอกให้ว่า
หลังจากนี้ ยานจะวิ่งด้วยความเร็วสูงมาก ผ่านอุโมงค์ตัวหนอนเวลา
พักเดียวเราก็จะหยุด ก็แค่นั้น" Picom4พูด
"แล้วมันเร็วขนาดไหนล่ะ"ผมถามด้วยความอยากรู้
"บางช่วงอาจเร็วกว่าความเร็วแสง"นักบินตอบ
"นี่นายล้อเล่นหรือปล่าวเนี่ย"ผมไม่อยากจะเชื่อ
"อ้อ แล้วหน้าที่ของพวกนายในภาระกิจนี้คือ 
เมื่อเริ่มมีแสงสว่างเข้ามาให้พวกนายกดที่ปุ่มสีเขียวนี้ทันที
ก่อนที่เราจะพุ่งชนอะไรเสียก่อน เข้าใจมั้ย" นักบินกำชับ
แล้วเราก็ยังงงอยู่ดี
"แล้วทำไมนายไม่กดเองล่ะ "เสี่ยถามด้วยความแคลงใจ
"เอาน่าเดี๋ยวนายก็รู้เองหล่ะ"นักบินชักหงุดหงิด
ว่าแล้วนักบินไม่รอช้า picom3 ก็ดึงคันบังคับในทันที
ตอนนี้ผมรู้สึกว่ายานเริ่มเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็มีแสงวาบเป็นระยะ
ผมพยายามคุยกับเสี่ยแต่น่าแปลกที่ปากผมขยับแต่กลับไม่มีเสียงออกมาเลย
ผมจ้องมองไปที่หน้าต่างแค่ไม่กี่วินาทีเราก็ตกอยู่ในความมืด
แต่ยังรู้สึกว่ายานกำลังสั่นอยู่ ไม่มีเสียง และรอบๆตัวเรามันมืดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
นี่เรากำลังเป็นอะไรเนี่ย
 ปัง! ปัง ปัง เสียงอะไรเนี่ย ผมอุทานพร้อมกับแสงที่สว่างขึ้นมาในกระทันหัน
"ตายแน่ กรู ไม่น่าเลย"เสียงของเสี่ยหลินดังขึ้น
ตอนนี้ผมนึกอะไรออกบางอย่าง
ปุ่มเขียว แล้วผมก็กดในทันที
ผมมองไปข้างหน้า สิ่งที่ผมเห็นทำเอาผมตกตะลึง
ใช่แล้ว เรากำลังจะพุ่งชนหินอุกกาบาตก้อนมหึมา มันเริ่มใกล้เข้าทาเรื่อยๆ
ผมพยายามกดปุ่มเขียวอีกหลายครั้ง
แต่เราก็ยังพุ่งเข้าไปอยู่ดี
แต่แล้วฮีโร่ของเราก็ช่วยไว้ได้ทันการ
เสี่ยหลินที่กระโจนเข้าไปคว้าคันบังคับของนักบิน
แล้วหักหลบได้อย่างฉิวเฉียด
"เกือบไปแล้ว"เสี่ยถอนหายใจ
ยานเริ่มลดความเร็วจนกระทั่งหยุดนิ่ง
ผมเข้าไปหานักบินแล้วพบว่า
สองนักบินคอพับอยู่กับเก้าอี้
"กรูว่าเราซวยแล้วหล่ะ ไอ้สองคนนี้มันตายแล้ว"เสี่ยพูดอย่างตื่นตระหนก
ยิ่งกว่าซวยอีกถ้ามันตายจริง ผมตกใจ
"แล้วใครจะพาเรากลับล่ะ"เสี่ยตั้งคำถาม
ผมนึกขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง
แล้วผมก็ตรงเข้าไปกดวิทยุเพื่อติดต่อฮุสตัน
น่าแปลกที่ไม่มีเสียงตอบกลับ
แล้วผมก็เริ่มสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง
"ไอ้เสี่ย นักบินยังหายใจอยู่"ผมอุทานด้วยความดีใจ
"จริงด้วย"เสี่ยตรงเข้าไปตบหน้านักบิน
"พอแล้ว มรึง เดี๋ยวเขาก็ตายคามือมรึงหรอก"ผมรีบเข้าไปห้าม
และแล้วนักบินก็เริ่มขยับตัว
"ถึงแล้วเหรอ"picom3รู้สึกตัวก่อน
แล้วหันไปปลุกอีกคน ไม่นานอีกคนก็รู้สึกตัว
ในระหว่างนั้นผมพยายามมองออกไปด้านนอกของยาน
แต่สิ่งที่เห็นรอบๆตัวก็ทำให้ผมแปลกใจ
เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเรายังมองเห็นโลกอยู่เลยแล้วนี่มัน
"ถ้านายพยายามมองหาโลกอยู่ละก็ ไม่ต้องหาหรอก
แต่ถ้าอยากจะหาจริงๆ นายก็มองไปที่ดาวที่สว่างลิบลิบ
อยู่ตรงนั้นน่ะ นั่นหล่ะคือดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเรา"
ผมมองไปที่นักบินบอก
แล้วเสี่ยแกก็ถามขึ้นมาว่า
"ถามจริงเหอะ แล้วทำไมเราต้องมาไกลขนาดนี้ด้วย"
"ถึงตอนนี้เราก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังกันอีก  นายดูนั่นสิ"
picom4 ชี้ไปที่มุมหน้าต่างด้านซ้าย
"ไม่เห็นมีอะไรเลย ก็แค่ดาวดวงเล็กๆ "เสี่ยแกพูด
"มันก็ใช่  แต่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆอย่างที่เห็นหรอก"
"มันกำลังพุ่งไปที่โลก"นักบินพูดทำเอาผมต้องกลืนน้ำลาย
"แล้งไง มันจะพุงชนโลกเหรอ ใครจะไปเชื่อ อยู่ตั้งไกล"เสี่ยมองไปที่ดาวเคราะน้อย
"ชนสิ เต็มๆเลยหล่ะ เดือนธันวาคม ปี 2012 "นักบินตอบ
เราสองคนถึงกับอึ้ง
"แล้วจะทำไงต่อ จะทำอะไรก็รีบทำ จะได้กลับบ้านเสียที เริ่มเบื่อไอ้ห้องแคบๆนี้แล้ว"
เสี่ยแกพูด จนนักบินทั้งสองมองหน้า
"เราถูกส่งมาให้ปฏิบัติภาระกิจในครั้งนี้ ไม่มีตั๋วกลับ"นักบินตอบ
"นี่มรึงพูดอะไร หมายความว่าไงที่ไม่มีตั๋วกลับ"เสี่ยเริ่มแสดงอาการ
"บนยานลำนี้ที่เห็นขนาดใหญ่โตแบบนี้จริงๆแล้วเต็มไปด้วยจรวดนิวเคลียร์
มากพอที่จะทำให้ประเทศเล็กๆหายไปจากแผนที่โลกได้เลย
เราถูกส่งมากำจัดดาวดวงนี้โดยเฉพาะ นั่นคือภาระกิจของเรา"นักบินพูดด้วยเสียงเข้ม
"นี่นายหมายความว่าเราต้องตายกันหมดงั้นหรือ"ผมเริ่มใจคอไม่ดี
ไม่มีคำตอบจากนักบิน
"แล้วทำไมพวกนั้นไม่ส่งยานที่ไม่มีนักบินมาล่ะ"ผมถาม
"ในภาระกิจนี้ พวกนักข่าวรู้แค่ว่ายานที่เรามานี่หล่ะ เป็นยานที่ไม่มีนักบิน
แต่ที่เราต้องมา เพราะการข้ามอุโมงค์ตัวหนอน จะไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย
การติดต่อกับยานอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่า
จะมีการส่งข้อมูลได้แต่ละครั้ง หรืออาจไม่ได้เลย
ความผิดพลาดจะสูงมาก เราไม่ต้องการให้มีการผิดพลาด"นักบินตอบยืดยาว
"งั้นพอเรายิงใส่ดาวเสร็จ เรากลับก็ได้นี่"เสี่ยเสนอ
"ไม่มีการยิง หรอก แรงไม่พอจะระคายผิวดาว 
เราถูกส่งมาให้พุ่งชน"ถึงตอนนี้ผมกับเสี่ยอยู่ในภาวะใดทุกคนก็รู้
"ตอนนี้ถ้าอยากทำอะไรก็ทำ ให้คิดเสียว่าถ้าเราไม่ตายตอนนี้
ปี 2012เราก็ตายอยู่ดี"picom4พูด
"ในเมื่อเหลือเวลาไม่มาก งั้นนายก็บอกชื่อจริงกับเรามาดีกว่า
ไม่ต้องไปแคร์ไอ้พวกข้างล่างนั้นอีกแล้ว"เสี่ยเสนอ
"ก็ได้ เราชื่อ สตีฟ ส่วนคนนั้นชื่อ บิลล์ "picom3แนะนำตัว
เราทั้งสองจบจากโรงเรียนนายร้อย อันดับหนึ่งของสหรัฐ บ้านอยู่แมนฮัตตั้นทั้งคู่แล้วนายล่ะ"
"ผมชื่อดุลส่วนไอ้คนนั้นชื่อหลิน บ้านเกิดอยู่หนองจอก กับลาดกระบัง
แต่พักอยู่บ้านโป่ง ราชบุรี"ผมตอบเล่นเอาฝรั่งงง
"จบมหาลัย ป.ตรี ด้วยกันทั้งคู่ แต่ตอนนี้กำลังไปเรียนศึกษาผู้ใหญ่
เพิ่มเติมอยู่ "เสี่ยตอบเล่นเอาฝรั่งงงรอบสอง
"อ๋อ กำลังเรียน ป.โทอยู่นั่นเอง"picom4เริ่มจะเข้าใจ
"ปล่าวหรอก ไอ้เสี่ยมันติดสาวอยู่มันเลยชวนผมไปเรียน"ผมตอบเซ็งๆ
ทำไมมุขนี้มันดูขำไม่ออกว๊ะ เหมือนนักโทษประหารที่
กำลังรอถูกยิงเป้าอยู่แน่ๆ ผมเริ่มน้ำตาซึม
เอาน่ะทหารเกิดมาตายหนเดียว เพื่อมนุษยชาติ
นักบินส่งสายตาเป็นแววประกายมาทางเรา
"เดี๋ยวก่อนขออีกข้อ ชื่อ ที่ไอ้พวกข้างล่างมันตั้งมามันเรียกยากเดี๋ยวขอตั้งชื่อใหม่นะ
นายน่ะ ชื่อ carabao1 ส่วนนายน่ะ carabao2
จำไว้ก็แล้วกัน"เสี่ยพูดสะใจเป็นครั้งสุดท้าย
ดูไอ้สองตัวนั้นจะชอบชื่อใหม่เอามากซะด้วย
และแล้ว ผมกับเสี่ย และcarabaoทั้งสองตัวก็จึงเริ่มปฎิบัติการกู้โลกในทันที
ตอนนี้ผมกับเสี่ยเริ่มทำใจได้บ้างแล้ว
"ด้วยเกียรติของทหาร รด.ไทยชาติต้องมาก่อน"เสี่ยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ผมซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เราคงทำได้เท่านี้ 
นี่กรูมาเที่ยวนะเนี่ย.....


  ....

ติดตามตอนต่อไปนะ

++++++++++++++++++++++++

edit @ 18 Oct 2009 01:19:15 by taif55

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile