2009/Oct/26

ภาระกิจตะลุยอวกาศกู้โลก ตอนที่ 4
 
 
 
 
 
ปล.ข้อความบางตอนในบทนี้กล่าวถึงการผจญภัยในแดนมังกรหมื่นลี้
 
 
ตอน  พลีชีพเพื่อ......(อะไร)
 
 
  บรรยากาศในยานอวกาศตอนนี้บอกตามตรงว่าเครียดสุดๆ
ลองนึกภาพดูว่าอีกไม่กี่นาทีเราทั้งหมดกำลังจะตาย
ดูมันหวิวๆ เหมือนตัวกำลังถูกมัดอยู่กับหลักประหาร
 มีคนเอาระเบิดมือมายื่นให้ แล้วบอกให้รีบๆตายซะ
 ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่สมองผมคิดอะไรไม่
ออกเลยเนื่องจากความกลัวอย่างสุดขีด
แล้วนักบินคนหนึ่งก็ยื่นอะไรบางอย่างมาให้เรา
"นี่ยังมีอารมณ์จะกินอีกเหรอ"ผมถาม
"แค่ย้อมใจ"บิลล์ตอบ
เสี่ยมองที่ฉลากแล้วรีบคว้าซองที่นักบินยื่นมาให้
"ไม่ต้องให้มันหรอก ไอ้ดุลมันไม่กินแอลกอฮอล์"แล้วมันก็เอาเจลวอดก้าไปกิน
แล้วนักบินอีกคนก็ยื่นเจลรสกาแฟมาให้ผม
เนื่องจากสตีฟก็ไม่ดื่มเหล้าเหมือนกัน
เราปล่อยให้ทั้งสองคนนั้นเมาจนปลิ้น
แล้วผมก็นั่งคุยกับสตีฟ
" ถามจริงเหอะ นายมาทำภาระกิจนี้ นายไม่ห่วงคนรักหรือ
คนทางบ้านมั่งเหรอ ในเมื่อรู้ว่าขึ้นมาแล้วจะไม่ได้กลับแน่ๆ"
"ก็เพราะเป็นห่วงเนี่ยหล่ะ ถึงได้ขออาสาขึ้นมา" สตีฟพูดเปิดอก
"แล้วแฟนนายเขารู้หรือเปล่า" ผมถาม
"อย่าไปพูดถึงคนคนนั้นเลย เขาปล่อยให้เราสองพ่อ
ลูกดูแลกันเองตั้งแต่ลิซ่ายังเล็กอยู่"สตีฟพูด
ผมเห็นท่าไม่ดีเลยหยุดถาม
"เอ้อ อยากจะถามอะไรพวกนายอย่างว่าทำไม 
นายสองคนถึงทนแรงต้านของยานอวกาศมหาศาล
ขนาดนั้นได้ อยากรู้จริงๆ"สตีฟถามอย่างสงสัย
ผมครุ่นคิดอยู่พักนึงแล้วตอบไปว่า
"จริงๆก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่าตั้งแต่ออกมานอกอวกาศครั้งก่อน 
พอกลับไปมันก็รู้สึกแปลกๆตั้งแต่นั้นเรื่อยมา
"ผมพอจะนึกอะไรบางอย่างออก แต่นักบินกลับหัวเราะ
"นี่นายกำลังล้อฉันเล่นใช่มั้ยเนี่ย "  แล้วเสี่ยที่กำลังปลิ้นอยู่ก็หันมาตอบ
"ไม่ได้ล้อเล่น เราเคยออกมาแล้วจริงๆ ตอนที่เราไปจีนกัน"เสี่ยตอบ ลิ้นพันกัน
"จริงเหรอเนี่ย นี่จีนพัฒนาไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ " สตีฟพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง
"เราขึ้นมังกรบินรอบโลกกันมาแล้วไม่อยากจะคุย
มันวิเศษมากเลย ขอบอก" เสี่ยพูดด้วยความภูมิใจ
"ไม่ต้องโม้เลย กรูเห็นมึงเอาแต่หลับตา ดีนะที่บิน
รอบโลกแค่สองรอบ ไม่งั้นมรึงตายแน่"ผมขัดเสี่ยหลิน
เล่นเอานักบินงง แล้วจู่ๆก็หัวเราะออกมาทั้งคู่
ก็ถูกของมันถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้หรอก
  และแล้วปาร์ตี้คร้งสุดท้ายในชีวิตก็จบลง
นักบินทั้งสองประจำตำแหน่ง ผมรัดเข็มขัดติดกับเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
มีเพียงเสี่ยหลินคนเดียวที่ขอตายโดยไร้ซึ่งพันธนาการ
"H2N1 ถึง ฮูสตัน พวกเราในนามตัวแทนของมนุษยชาติ ขอฝากโลกสีน้ำเงิน
อันสุดแสนสวยงามไว้กับพวกท่าน หวังว่าทุกท่านจะรักษาภาพสุดท้ายที่เราจากมา
ให้คงเป็นเช่นเดิม ตลอดกาล..... สตีฟ แมคเคนสัน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา"
มันพูดแปลกๆผมทำท่าจะถาม แต่สตีฟก็รีบบอกกับเราว่า
เขาขอร้องครั้งสุดท้ายกับประธานาธิบดีสหรัฐว่า
เมื่อเขาอยู่ในอวกาศแล้วเขาขอเป็นประธานาธิบดีสักครั้ง ถึงแม้จะสั้นก็ตาม
ดูมันเท่ห์ดี แล้วนักบินอีกคนก็พูดต่อ
"อย่าลืมที่สัญญากันไว้นะ โอบาม่า  ที่บอกไว้ว่า
ที่ป้ายจารึกในอนสรณ์สถานทหารผ่านศึกอีรัค
ให้ลงชื่อว่า ผู้พัน บิลล์ เจ ฮัทสัน ด้วยนะ" บิลล์กำชับ
ส่วนผมกับเสี่ยก็นั่งนิ่งหน้าซีดรอการถูกเชือดเพื่อมนุษยชาติอยู่เหมือนกัน 
"ทุกคนพร้อมนะ ต่อจากนี้ไปเมื่อเราพุ่งชน
เวลาจะผ่านไปเร็วมาก พวกเราจะแทบไม่รู้สึกอะไรเลย 
ขอให้ทุกคนฝันดี" กัปตันสตีฟพูดจบ เสี่ยหลินก็ตรงเข้ามากอดผม ด้วยความรู้สึก
แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
แล้วยานก็ค่อยๆเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่ดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ตรงหน้า
ยานเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ ใจผมคิด นี่เรากำลังจะตายหรือนี่
ทันใดนั้นเอง! ยานก็เกิดหยุดขึ้นมากระทันหัน ทำเอาเสี่ยหลินพุ่งตรง
เข้าไปกระแทกแผงควบคุมอย่างจัง
"โอ้ย! เสี่ยหลินอุทานอย่างดัง
"ไหนบอกว่าก่อนตายไม่รู้สึกอะไรไงล่ะ"เสี่ยโวยวายเพราะคิดว่าตัวเองตายแล้ว
" จากH2n1 นั่นใช่พวกคุณหรือเปล่า"กัปตันสตีฟหยุดเดินเครื่องพร้อมกับพูดในวิทยุ
ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบๆ "นี่เรายังไม่ตายเหรอเนี่ย"
"เมื่อกี้ผมเห็นอะไรบางอย่าง ผมว่าน่าจะใช่นะ "สตีฟหันไปคุยกับบิลล์
ว่าแล้วกัปตันก็เปิดถาพจากมอนิเตอร์เพื่อดูภาพย้อนหลัง
"ใช่จริงๆ ไม่ผิดแน่"ทั้งสองหันหน้ามองกัน
แล้วกัปตันก็พาเราหันหัวกลับไปในทิศทางที่เราวิ่งมา
ภาพที่ผมเห็นคือยานอวกาศอีกลำที่มีลักษณะเหมือนกับเราจอดนิ่งอยู๋
"จากH2N1เรียกH1N1มีใครอยู่บนนั้นหรือเปล่า"ไม่มีเสียงตอบกลับ 
แต่ผมก็ติดใจที่ชื่อมันคุ้นๆยานบ้าอะไรว๊ะชื่อพิลึก
"สงสัยเราต้องเข้าไปดู"นักบินพูด
นักบินนำยานเข้าไปจอดเทียบแล้วทำการเชื่อมอุโมงค์เข้าด้วยกัน
ผู้พันบิลล์ ตรงเข้าไปเปิดประตูยานอีกลำ แล้วพบว่า
ในยานนั้น มีนักบินอีกสองคนกำลังสลบอยู่
"PICOM1 PICOM2 เป็นไงมั่งตอบสิ"สตีฟเขย่าตัวนักบิน
สตีฟพยายามอยู่หลายครั้งจนกระทั่งนักบินเริ่มขยับตัว
คำแรกที่ได้ยินคือ "ไม่อยากจะเชื่อเลย นี่พวกนายจริงๆ
เหรอเนี่ย"หนึ่งในนักบินที่พึ่งจะฟื้นตัวพูดขึ้น
"นี่นายน่ะ เอากระเป๋ายาที่อยู่ตรงช่องหมายเลข F4aให้หน่อยสิ"
สตีฟหันมาทางผมที่ตามเข้ามาด้วย
เมื่อเปิดกระเป๋าออกมาผมแทบหยุดหายใจ นี่มันอะไรว๊ะเนี่ย
โคตร...แห่งกระบอกฉีดยา แล้วสตีฟก็หยิบเอาออกมา
กระบอกหนึ่งฉีดเข้าบริเวณท้องของนักบินคนแรก
ไม่ต้องบรรยาย แทบจะลุกกระเด้งตื่นขึ้นมาทันที
เมื่อทั้งสองฟื้นตัวแล้ว นักบินทั้งสี่ก็นั่งคุยกัน
"เอาไงต่อดีตอนนี้เรามียานถึงสองลำและมีกำลังมากพอ
ที่จะกำกัดเจ้าเศษอุกกาบาตนั่น ถ้าพร้อมใจกันพุ่งชน
คงไม่ใช่เรื่องยาก"หนึ่งในนักบินพูดขึ้น นักบินทุกคนทำท่าเห็นด้วย
แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งสอดขึ้นมา
"พวกมรึงจะรีบไปตายกันถึงไหน เสียดายเป็นถึงนักรบ
แห่งกองทัพสหรัฐ มีความคิดกันหน่อยสิ"นักรบแห่งเขาชนไก่พูดขึ้น
แล้วทั้งสี่ก็หันมามอง
"แล้วจะใหทำยังไง" บิลล์พูดขึ้น
"เห็นว่ายานมันถอดพ่วงได้ พวกเอ็งก็เอายานพ่วงกันแล้ว
ตั้ง ออโต้ไพลอต ให้มันพุ่งเข้าชนสิ ไม่เห็นจะยาก
แล้วก็ขับยานส่วนที่เหลืออีกลำกลับบ้าน ถ้ามันยากนักเดี๋ยวจะทำให้
ดู"เสี่ยยกตัวอย่างหลักการพ่วง รถมอเตอร์ไซด์
กับรถสาลี่(รถสาลี่คือรถเข็นที่คนแถวราชบุรีเขาตัดหญ้า
แล้วบรรทุกพ่วงไปกับท้ายมอเตอร์ไซด์ให้วัวกินที่คอกนั่นหล่ะ)
ทำไมมันต้องอธิบายให้ยากด้วยว๊ะ แต่ดูฝรั่งทำท่าจะเข้าใจ
"ไม่ได้หรอก ถ้าเราทำเช่นนั้น มันก็ผิดจากเป้าหมายใน
ภาระกิจที่เราตั้งไว้สิ นี่มันเรื่องของหน้าที่นะ"หนึ่งในนักบินของยานอีกลำพูดขึ้น
"เงียบปากไปเลย ช่างภาระกิจมันเหอะในเมื่อเราทำแบบนี้
แล้วมันก็ลุล่วงเหมือนกัน มรึงยังจะห่วงอะไรอีกว๊ะ"เสี่ยพูดอย่างมีอารมณ์
"ไม่ได้ หน้าที่คือหน้าที่ ถ้าพวกนายรักตัวกลัวตาย
ก็รีบไปเลยจะไปไหนก็ไป"Picom2 พูดขึ้นพร้อมกับกลับเข้าไปที่ยานลำเดิม
แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเสี่ยหลิน
ตรงเข้าไปชกหน้านักบินคนนั้นจนติดฝาผนังแล้วกระทืบนักบินที่ตัวใหญ่กว่าจนสลบ
แล้วลากกลับเข้ามาในยาน ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
"เราทุกคนพร้อมสละชีพ แต่เราคงลืมไปว่าเรามีคน
อยู่สองคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาระกิจอยู่บนยานลำนี้ด้วย
เพราะฉะนั้นเราควรจะพาเขากลับไปส่งบ้าน"กับตันสตีฟพูดขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนั้นทุกคนจึงทำตามคำแนะนำของเสี่ย
พวกเราใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็พร้อม
และแล้วยานลำที่ไม่มีคนอยู่ก็ถูกพ่วงเข้ากับชุด
ระเบิดนิวเคลียร์ที่ถอดออกมาจากลำที่เราอยู่
"หวังว่าคงได้ผลนะ"กับตันสตีฟพูดขึ้น
ทุกคนถูกสั่งให้รัดเข็มขัด แล้วเราก็มองดูยานอีกลำที่เราโปรแกรมไว้
เคลื่อนที่ตรงเข้าสู่ใจกลางดาวเคราะห์น้อย
"เราคงอยู่ดูต่อไม่ได้แรงระเบิดของดาวเคราะห์น้อยคงจะมาก
ทุกคนจับให้แน่นนะเราจะเดินทางกลับกันแล้ว"
นักบินที่หนึ่งเริ่มเดินเครื่อง แต่แล้ว
แต่แล้ว แต่แล้ว และแต่แล้ว ยานเราไม่ขยับ งานเข้าแล้ว
นี่มันไม่ใช่หนังออลลีวู้ดนะ มรึงจะมาเสียอะไรเอาตอนนี้
ยานอีกลำก็เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เวลาน้อยลงแล้วสิ
นักบินบอกว่าคงเป็นเพราะที่เสี่ยแกพุ่งมากระแทก
แผงคอนโทรลตอนเบรคเมื่อครั้งก่อนแน่ๆ
แล้วจะทำไงดี ยานที่ใช้ได้พวกก็เอาไปบรรทุกระเบิดเรียบร้อยแล้ว ตายยกลำแน่
นักบินพยายามแก้ไขแต่ดุเหมือนไม่เป็นผล
และแล้วเสี่ยก็นำเอาความรู้ในวิชาชีพของสยามประเทศอันน่าอับอายเป็นอย่างมาก
มาแสดงให้ฝรั่งเห็น
"โครม"ประแจเบอร์ห้าพุ่งเข้าใส่แผงคอนโทรล์ของยาน 
"พอแล้ว เดี๋ยวก็พังกันพอดี"ผมปรามเสี่ยที่เอาเท้ากระทืบไม่ยั้ง
แต่แล้วไม่อยากจะเชื่อเมื่อเครื่องสร้างตัวหนอนเวลาเกิดตอบสนองขึ้นมา
นักบินที่ตะลึงอยู่ไม่รอช้ารีบป้อนคำสั่งลงไปอีกครั้งทันที
แล้วยานของเราก็เดินทางเข้าสู่ตัวหนอนเวลาใน
จังหวะเดียวกับที่ยานอีกลำที่ขนระเบิดพุ่งชนพอดี
แต่คราวนี้ดูเหมือนกับยานเราเรากระเด้งไปมาในตัวหนอนเวลา
ต่างจากที่มาในตอนแรกที่ดูราบเรียบ
ตอนนี้เหมือนกับตอนแรกอยู่อย่างตรงที่ทุกคนเริ่มสลบ
แล้วปัญหาใหญ่อีกอย่างคือผมเริ่มเกิดอาการสลึมสลือเหมือนกับจะสลบ
ไม่ต้องพูดถึงเสี่ยที่สลบเป็นคนแรกเนื่องจากเป็นคนเดียวที่รัดเข็มขัดไม่ทัน
ทำให้กระแทกเข้ากับผนังด้านหลังของห้องนักบิน
แย่แล้ว ถ้าเราสองคนสลบแล้วใครจะสั่งหยุดยาน
แล้วเราไม่พุ่งเข้าชนโลกหรือนี่  แย่แล้ว....และแล้วผมก็หมดสติตามคาด
ใครจะหยุดยาน นั่นหล่ะคือปัญหา...
 
โปรดติดตามตอนต่อไป...........
 
 
 
 
 
 
 
....................... 

edit @ 26 Oct 2009 23:12:00 by taif55

edit @ 26 Oct 2009 23:24:54 by taif55

Comment

Comment:

Tweet


#2 by (125.27.95.78) At 2010-02-18 18:05,
#1 by มาส (125.27.95.78) At 2010-02-18 18:05,

korakot wangsamad
View full profile