2010/Aug/03

Thailand script project

คำเตือน : ภาพยนต์เรื่องนี้มิได้ถูกสร้างจากเรื่องจริง  มาจากจินตนาการล้วนๆ สร้างเพื่อความบันเทิง 
ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงใดๆทั้งสิ้น   ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณเป็นอย่างที่สุด ถึงที่สุดมากในการรับอ่าน

    ค่ำคืนหนึ่งในวันที่ 3 สิงหาคม ปี 53 ผมนั่งลุ้นอย่างใจจดใจจ่อกับการประกาศผลผู้เข้ารอบ 50 คนสุดท้ายของ
Tsp หรือการประกวดบทภาพยนต์ ที่มิวเซียมสยามจัดให้ และแล้วผลก็ออกมา เป็นไปตามคาด ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยทำไมไม่มีบทภาพยนต์ของเราปรากฎอยู่ในรายชื่อผู้เข้ารอบ ผมพยายามตรวจในfacebookอยู่หลายรอบผลคือไม่มี
   พัง ทุกอย่างพังครืนลง มากองอยู่ตรงหน้า  ไม่ใช่เสียดายเงินหนึ่งแสนหรอก แต่เป็นกล้องวีดีโอที่ใฝ่ฝันไว้ต่างหากล่ะ  ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ผมพยายามปลอบใจตัวเอง  ในระหว่างนั้น เสี่ยหลินก็เดินมาปลอบใจ " อย่าเสียใจไปเลย ดุลที่เขาประกาศมาน่ะเป็นสุดยอดภาพยนต์ทั้งนั้นเลย อย่าลืมว่ายังมีคนเก่งกว่าเราอีกเยอะ" เสี่ยพยายามทำความเข้าใจกับผม
"มันก็จริงเอาว๊ะพลาดคราวนี้ยังมีปีต่อไป"ผมเริ่มทำใจได้  แต่บังเอิญจริงๆที่ผมสังเกตุที่รองเม้าส์ของเครื่องคอมมันมีอะไรแปลกๆผมจึงบรรจงหยิบขึ้นมาดู  เท่านั้นหล่ะ  " อ้าย   หลิน นี่มันอะไรกันฟะ " ผมอุทานด้วยความตกใจสุดขีด  สิ่งที่ผมหยิบขึ้นมามันมากพอที่จะมีเหตุให้เกิดคดีฆาตกรรมกันระหว่างเพื่อนรักได้เลย  "ครบเลย สามหน้าครบไม่มีขาด ไหนมรึงบอกว่าเอาไปส่งให้แล้วไง"
เสี่ยหลินทำหน้าเจื่อนๆไม่พูดอะไร อยู่พักใหญ่  "เอาน่า อย่างน้อยบทกรูก็เข้ารอบน่า" คำพูดของเสี่ยทำเอาผมอึ้งอย่างแรง   ผมเลยพยายามหาบทภาพยนต์ของเสี่ย "ไหนมรึงชี้ซิว่าเรื่องไหนของมรึง  กรูไม่เห็นมีเลย ไอ้บทภาพยนต์เรื่อง ชีวประวัติ ของอีกัวน่าที่ชื่อ คาร์ลอส ของมรึงน่ะ"
 ผมลากเสี่ยมานั่งหน้าคอม  เสี่ยนั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง " อ๋อ  พอดีเปลี่ยนชื่อเรื่องแล้ว  เอาน่ายังไงก็เข้ารอบแล้ว" เสี่ยตอบหน้าตาเฉย ผมพยายามรีดความลับ แล้วคิดอะไรขึ้นได้อย่าง " แล้วมรึงไปส่งบทที่ไปรษณีย์ทำไมไม่ส่งของกรูไปด้วย" นั่นเป็นคำถามที่ดีมาก คำตอบคือ  " กรูเอาของมรึงออกแล้วเอาสุดยอดบทภาพนต์ของกรูใส่เข้าไปแทนก็แค่นั้น เห็นบทที่มรึงเขียนมาแล้วอายเขาว่ะ หนังเรื่อง กขค อะไรนั่นน่ะ ตกลงจะเขียนบทหนังหรือสอนวิชาภาษาไทยกันแน่" น่านโดนเข้าให้ "ไม่เป็นไรถ้างั้นขอค่าส่งไปรษณีย์คืนมาก็แล้วกัน" เสี่ยหลินได้ยินแล้วเกิดยิ้มขึ้นมาทันใด
"เขาเรียกว่าการลงทุนร่วมถ้าเกิดได้รางวัลขึ้นมามรึงก็เอากล้องไปก็แล้วกัน" เสี่ยพูดแบบหน้าตาเฉยโดยไม่มีคำว่าเงินแสน
ตามมาแม้แต่บาทเดียว  นี่ถ้าบทไปถึงมือกรรมการแล้วไม่ได้เข้ารอบเนี่ย จะไม่รู้สึกอะไรเลยนะเนี่ย แต่อย่างน้อยสิ่งที่มันพูดมาก็มีคำที่เกือบดีอยู่เหมือนกันเรื่องแผ่นรองเม้าส์เนี่ย     แต่เอ๊ะ แล้วทำไมมีเมล์ยืนยันว่าได้รับบทมาที่ผมล่ะเนี่ย "เสี่ย ทำไมมีเมล์ยืนยันมาที่กรูล่ะเนี่ย" ผมสงสัย  "มรึงก็รู้ว่ากรูไม่มีอีเมล์ ก็เลยเอาของมรึงส่งไปแทนก็แค่นั้น" ผมก็พอเข้าใจแต่ลืมคิดเรื่องสำคัญที่สุดไปเรื่องนึงสำคัญมากด้วย....ลืมเอะใจได้ไงเนี่ย

    และแล้ววันเสาร์ที่ 7 ก็มาถึงเสี่ยหลินชวนผมไปที่มิวเซียมสยามเพื่ออบรมการเขียนบท (เรื่องชีวประวัติอีกัวน่าที่ชื่อคาร์ลอสของมันน่ะ)เมื่อถึงโต็ะลงทะเบียนก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไอ้สิ่งสำคัญที่ผมลืมเอะใจอย่างแรง แบบไม่น่าให้อภัยคือ คนที่เข้ารอบจะต้องมีโทรศัพท์ไปเชิญแล้วเบอร์ที่มันบอกให้ไปคือเบอร์ผม ถ้าบทมันเข้ารอบต้องมีโทรศัพท์ไปที่ผมสิ นี่ไม่มี เอาเข้าให้แล้ว  ผมโดนเสี่ยหลินต้มเข้าให้แล้ว  ผมจึงเดินตรงปรี่ไปที่หน้าโต๊ะลงทะเบียน  ที่ที่เพื่อนรักผมกำลังนั่งคุกเข่าอยู่แล้วพร่ำว่าจะคุกเข่าจนกว่าจะยอมรับเป็นศิษย์หรือจนชั่วฟ้าดินสลาย
คล้ายหนังจีนอะไรของมันประมาณนั้น สภาวะจิตใจผมตอนนั้นบอกตามตรงว่าย่ำแย่มาก เสียเงินค่ารถมาเรื่องเล็กน้อยแต่เสียหน้าท่ามกลางฝูงชนที่กำลังมองผมยื้อยุดฉุดเสี่ยหลินอยู่นั่นสิ  ไม่น้อย....
    ผมยืนทำความเข้าใจกับเสี่ยหลินอยู่หน้าห้องน้ำตอนนี้แทนที่เสี่ยจะปลอบใจผมกลายเป็นว่าผมต้องเป็นคนปลอบใจเอง
จู่ๆเสี่ยแกก็คิดอะไรขึ้นมาได้ "ถ้าเข้าดีๆไม่ได้ต้องใช้ตัวช่วยแล้ว  "เสี่ยพูดขึ้นพร้อมกับยืมโทรศัพท์ของผมไปโทร
เพียงครู่เดียวเสี่ยก็ชวนผมเดินตรงรี่เข้าไปสู่ห้องสัมนา  น่าแปลกใจเป็นอย่างมากที่ไม่มีใครสนใจจะทักเราเหมือนกับมองไม่เห็นเราอย่างนั้นหล่ะ แล้วผมกับเสี่ยก็มานั่งอยู่ตรงเก้าอี้สองตัวด้านหน้าสุด น่าแปลกที่เก้าอี้สองตัวด้านหน้าสุดเป็นโซฟาอย่างดีปรับเอนนอนได้ต่างจาก50ตัวที่เหลือ   นี่มันทำได้ไงเนี่ย!    ผมไม่รอให้คำถามคาใจอยู่นานคำตอบจากปากเสี่ยหลินคือ  "จำมังกรที่เราไปที่เมืองจีนได้มั้ยที่ว่าขออะไรก็ได้น่ะ"เสี่ยพูด
"จำได้สิ แต่เราขอไปหมดแล้วนี่"ผมพอจำได้ลางๆ  " นั่นมันลูก นี่สายตรงกับพญามังกรเลย" เสี่ยบอกเลยถึงบางอ้อเลยฉลาดว่ะ
อ้อ ลืมบอกไปว่าผมนั่งด้านหน้าสุดค่อนไปด้านขวาหน่อย หวังว่าผู้เข้ารอบคงจะไม่ว่านะ เพราะไม่มีใครมองเห็นผมสองคนหรอก
ระหว่างที่กำลังอบรมอยู่นั้นผมได้แต่นั่งคิดว่าถ้ามีสักปีที่เรื่องชีวประวัติอีกัวน่าที่ชือคาร์ลอสเข้ารอบมันจะเป็นยังไงหนอ
ส่วนเรื่อง กขค ของผมก็คงจะต้องนำไปพัฒนาแก้ไขแล้วส่งมาใหม่ปีหน้าก็ได้ เฮ้อ...ต้องมีวันของเราสักวัน....

ปล. ลืมบอกไปว่ามังกรที่พูดถึงอยู่ในตอน ผจญภัยแดนมังกรหมื่นลี้ ด้านซ้ายมือของpageนั่นเอง
 
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 

Comment

Comment:

Tweet


korakot wangsamad
View full profile